บทที่ 22 จาก 22
命理探源
บทแห่งวิชาความรู้ 🌱
ท่านจางเจาฉูเหริน (ขุนนางตรวจการ) จากเมืองฉางอาน กล่าวในคำนำหนังสือ "อรรถาธิบายแท้จริงแห่งดวงชะตา" ว่า วิชาโหราศาสตร์แม้จะดูเป็นศาสตร์เล็ก ๆ แต่กลับมีความเกี่ยวข้องอันสำคัญยิ่ง กระนั้นในยุคปัจจุบัน เหล่าโหราจารย์บางคนทำอาชีพเพื่อยังชีพ โดยมิได้ไตร่ตรองค้นคว้าหาหลักการอย่างลึกซึ้ง ทำให้ระดับความรู้ทางวิชาการแตกต่างกันมาก หากวิชาการไม่เชี่ยวชาญแล้ว ผู้ที่เชื่อถือก็จะน้อยลง เมื่อผู้เชื่อถือน้อย ความปรารถนาที่ไม่สมควรก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น และผู้ที่ยอมจำนนต่อโชคชะตาก็จะหายากยิ่งขึ้น ผู้มีจิตเป็นสุภาพบุรุษย่อมกังวลต่อเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้เอง การศึกษาเล่าเรียนจึงมีคุณค่าอยู่ที่การค้นคว้าหาความจริงอย่างลึกซึ้ง แต่อย่างไรก็ดี หากต้องการค้นคว้าหาความจริงให้ลึกซึ้ง พึงต้องอ่านหนังสือให้มาก มิใช่เพียงอ่านหนังสือด้านโหราศาสตร์เท่านั้น หากแต่ในบรรดาคัมภีร์ปรัชญา ประวัติศาสตร์ วรรณคดีและผลงานรวมเล่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ ก็ควรคัดเลือกอ่าน ทั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มพูนวิชาความรู้ และยังเป็นประโยชน์ต่อจิตใจอีกด้วย เมื่อนำไปใช้ปฏิบัติในทางโลก ก็จะสามารถรู้จักมงคลและอัปมงคลได้กระจ่าง บทพยากรณ์และวาจาก็จะไม่ซ้ำซากจำเจ เมื่อนำมาใช้ขัดเกลาตนเอง ก็จะมีการกระทำที่แยบคายเหมาะสม มีบุคลิกภาพอันสูงส่ง ผู้ที่มีปณิธานในทางนี้ พึงรู้สิ่งนี้เป็นประการแรก
ยังมีบทที่ว่าด้วย ความปกติและความวิปริต, วาจา, การสั่งสมคุณธรรม, ความบริสุทธิ์, ความขยันหมั่นเพียร, การตักเตือนเสมอ, การดำรงชีวิต, การสงเคราะห์คนจน, และความพากเพียรในหน้าที่ รวมทั้งหมดสิบเอ็ดบท ณ ที่นี้ขอคัดลอกเฉพาะบท "วิชาความรู้" ไว้เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกเก้าบทไม่ขอนำมาลง
สนทนาเรื่องจริงแห่งดวงดาวและชะตาชีวิต 📜
ในหนังสือ "ตงพั๋วจื้อหลิน" (บันทึกของซูตงพัว) ได้บันทึกว่า: ขงหยู (สหายซิน หรือ ปรมาจารย์ซิน) ผู้มีสมญาว่า ถุยจือ (ถอยหลัง) ได้ประพันธ์กลอนว่า "ในวันชาติกำเนิดของข้า ดวงจันทร์สถิตตรงดาวจร (斗)" จึงสันนิษฐานได้ว่า ขงหยูใช้ หมอเซียะ (蠍) เป็นตำแหน่งเรือนกาย ส่วนข้าพเจ้า (ซูชื่อ ตงพัว) เองใช้ หมอเซียะ เป็นตำแหน่งเรือนชะตา ตลอดชาตินี้มักได้รับทั้งคำนินทาและคำสรรเสริญปนกันไป โดยประมาณแล้วคงเป็นเพราะความเห็นใจในเคราะห์กรรมที่คล้ายคลึงกัน
บทเพิ่มเติมในการค้นคว้าต้นกำเนิดโชคชะตา 🔍
ว่าด้วยเทพโชคลิขิตแห่งปี และมงคลอัปมงคลรายเดือน ⚠️
คาถาโบราณกล่าวว่า: ปีอธิปัตย์ (太歲) กับ เขี้ยวดาบ (劍鋒) และ ศพหมอบ (伏屍) เป็นอันดับหนึ่ง ลำดับที่สอง คือ พระอาทิตย์ (太陽) และ ว่างเปล่าเหนือฟ้า (天空) ลำดับที่สาม คือ ประตูแห่งความโศก (喪門) และหายนะบนดิน (地喪) ลำดับที่สี่ คือ ขอผูกแกะ (勾絞) และ เชือกมัดผู้ต้องหา (貫索) ลำดับที่ห้าพบกับ ขุนนางผี (官符) และ ผีห้าตน (五鬼) ลำดับที่หกพบ ตายายพลอย (小耗) และ สิทธิผีตาย (死符) ลำดับที่เจ็ดพบ ปีหักบี้ (歲破) และ สูญเสียครั้งใหญ่ (大耗) ลำดับที่แปดของ ขวัญผีเลว (暴敗) และคุกสวรรค์ (天厄) ลำดับที่เก้าตอน ผีบิน (飛廉) และเสือขาว (白虎) ลำดับที่สิบถวลิ้นสำรวย (卷舌) เกิดปัญญาสวรรค์มาเยือน (福星) ลำดับที่สิบเอ็ด หมาแห่งสวรรค์กินดวงจันทร์ (天狗) และเสาแขวนศพเยี่ยมเยียน (吊客) กาล ลำดับที่สิบสองเจ็บเคราะห์ประจำบ้าน (病符) อย่าได้มาพบพาน
ใช้ปีเกิดนักษัตรของตนเองเป็นหลัก แต่ละวรรคจะสอดคล้องกับนักษัตรหนึ่ง ๆ เรียงตามลำดับไป อาทิปีนี้ (ค.ศ. 1924 ในที่นี้หมายถึงปีรัตนโกสินทร์ศกที่สอดคล้องกับเงื่อนไข) เป็นปีฉลู ดังนั้นให้ใช้นักษัตรชวด (๑) เป็นจุดเริ่มของปีอธิปัตย์, เขี้ยวดาบ, ศพหมอบ ถัดมานักษัตรฉลู (๒) เป็น อาทิตย์, ว่างเปล่าเหนือฟ้า ขาล (๓) เป็น ความโศกประตูเสาแขวนคำโยติ ฯ เช่นทำนองอุปไมยกับเทพลิขิต รอบทศมาศสองห ทุกใจ ครับ
ข้อควรทราบ: คาถาเทพวาสนาประดับ แค่หลีกหน จนขึ้นอยู่หลั โตและทุกกระผันเคยแนะนำบ โ หิ สิ ภั ยภาพน ก หมวดดีใจชีวา(และดวงชาตินาทีป็นล จ ร ื เหสำนั1<br/><br/><br/> จันทาโยในโยแก วันใดวื่อ เก่า การธำรงคุณแล้วไม่กะเท แม็งของ ค ถือตลสู่ช่องทกำหนด พอิ<br.>- ตสรุปร่วม หเตองราชทนทาาโลกและขอให้บรรดาท่ตำรากระบวนหับเปลี่ยนเมื่อ ราชส่ง้ก๊ฦฦเพนทจะ่นขอ่หลบไหนที่นั่งอย่าง ระสิทธิไปวางรายงสุดกำลัง มไ ดสู่หนทางาสู่ส่วนเบ็นรูปเท่านัก สำหรับบรรดผู้ีย้ำคำสีก คำรากต้ดสามารถ ตานพลัสนสุดเช่นหหรือพอยั\nประหัวทยไปยังพระร่มพระพุทธแล้ว การใช้ส่วนต่างๆเพื็ประ ก =……..‘]</s>