บทที่ 3 จาก 14
梅花易数
คำแปลโดยรวม ในการตั้ง hexagram เลข卦ใช้แปดเป็นฐานในการหาร🌌 ไม่ว่าตัวเลขจะมากเท่าใด ก็ใช้แปดเป็นตัวเลขฐาน หากตัวเลขเกินแปด ให้ใช้แปดหาร แล้วใช้เศษที่เหลือเป็นเลข卦 หากหารไม่ลงตัว ให้ใช้แปดหารต่อไปจนกว่าเศษจะน้อยกว่าแปด หากเท่ากับแปดพอดี จะเป็น 坤卦 (ธรณี) ไม่ต้องหารอีก
เส้นเคลื่อน (動爻) ใช้หกเป็นฐานในการหาร⚡ ใช้ผลรวมของเลขใน hexagram ที่ซ้อนกัน (重卦) หารด้วยหก แล้วใช้เศษที่เหลือเป็นเส้นเคลื่อน หากผลรวมน้อยกว่าหก ให้ใช้โดยตรงเป็นเส้นเคลื่อน หากเกินหก ให้หารด้วยหกแล้วใช้เศษ เส้นเคลื่อนถ้าเป็นเส้นหยาง (陽爻) ต้องเปลี่ยนเป็นเส้นหยิน (陰爻) และถ้าเป็นเส้นหยินก็เปลี่ยนเป็นเส้นหยาง พร้อมทั้งต้องพิจารณาปัจจัยเรื่องเวลาด้วย
hexagram ที่เกิดจากเส้นภายใน (互卦) ใช้แค่แปด卦 (เช่น 乾, 坤) ไม่ต้องใช้ชื่อเต็มของ 64 hexagram 互卦คือการตัด hexagram ที่ซ้อนกันออก เส้นแรกและเส้นที่หก แล้วใช้สี่เส้นตรงกลางมาแบ่งเป็นสอง卦 另外,乾坤卦ไม่มี互卦 ให้ใช้変卦แทน
วิธีการตั้ง hexagram ด้วยปี เดือน วัน เวลา: นำผลรวมเลขปี เดือน วัน หารด้วยแปด เศษที่เหลือเป็น卦บน; นำผลรวมเลขปี เดือน วัน เวลา หารด้วยแปด เศษที่เหลือเป็น卦ล่าง; จากนั้นนำผลรวมทั้งหมดหารด้วยหกเพื่อหาเส้นเคลื่อน ปีกำหนดเลข: ปีจือ (子) เป็น 1, ปีเชา (丑) เป็น 2, ไปจนถึงปีไห่ (亥) เป็น 12 เดือน: เดือนหนึ่ง (正月) เป็น 1 ถึงเดือนสิบสองเป็น 12 วัน: วันแรก (初一) ถึงวันที่สามสิบ (三十) เทียบเป็น 1 ถึง 30 เวลา: เวลาจือ (子时) เป็น 1 ถึงเวลาไห่เป็น 12
การพยากรณ์ด้วยจำนวนสิ่งของ: เห็นสิ่งของที่นับได้ ใช้จำนวนสิ่งของตั้ง卦บน และใช้เลขเวลาเทียบเป็น卦ล่าง จากนั้นนำผลรวมเลขทั้งหมดหารด้วยหกหาเส้นเคลื่อน
การพยากรณ์ด้วยเสียง: ได้ยินเสียง ให้นับจำนวนครั้งของเสียงมาเป็น卦บนแล้วรวมกับเลขเวลาซึ่งเป็น卦ล่าง เสียงร้องของสัตว์หรือเสียงมนุษย์เคาะ สามารถนับจำนวนมาเป็น卦ได้
การพยากรณ์ด้วยคำ: เห็นตัวหนังสือ ถ้าจำนวนตัวสม่ำเสมอ ให้แบ่งครึ่งหนึ่งเป็น卦บน อีกครึ่งเป็น卦ล่าง ถ้าไม่สม่ำเสมอ ให้ใช้ตัวน้อยกว่าเป็น卦บน (หมายถึงฟ้า ที่บางเบาและใส) และตัวมากกว่าเป็น卦ล่าง (หมายถึงดิน ที่หนักและขุ่น) การทำนายด้วยคำเดียว: ดูเส้นของคำที่เขียนในรูปแบบ楷书 โดยซ้ายเป็นหยาง ขวาเป็นหยิน; นับเส้นฝั่งซ้ายเป็น卦บน และเส้นฝั่งขวาเป็น卦ล่าง เส้นทั้งหมดรวมกันเป็นเส้น爻 โครงสร้างซ้าย เช่น 彳, 丿 เป็นต้น ฝั่งขวา เช่น 一, 乙, 丶 เป็นต้น สองคำ: แบ่งเป็นครึ่งบนและล่าง สามคำ: คำแรกเป็น卦บน สองคำต่อมาเป็น卦ล่าง สี่คำ: แบ่งเท่าๆ กัน หรือใช้เสียงวรรณยุกต์ (เสียงราบหรือเสียงสามัญเป็น 1, เสียงโทเป็น 2, เสียงตรีเป็น 3, เสียงจัดวาเป็น 4) ห้าคำ: สองคำเป็น卦บน สามคำเป็น卦ล่าง หกคำ: แบ่งเท่าๆ กัน เจ็ดคำ: สามคำเป็น卦บน สี่คำเป็น卦ล่าง แปดคำ: แบ่งเท่าๆ กัน เก้าคำ: สี่คำเป็น卦บน ห้าคำเป็น卦ล่าง สิบคำ: แบ่งเท่าๆ กัน สิบเอ็ดคำขึ้นไป: ใช้แค่จำนวนคำ รวมทั้งก่อนและหลังแล้วหารครึ่งเพื่อตั้ง卦บนและ卦ล่าง ใช้เลขผลรวมทั้งหมดหาเส้น爻
การพยากรณ์ด้วย丈尺 (หน่วยวัดยาว): ใช้เลข丈 ตั้ง卦บน, ใช้เลข尺 ตั้ง卦ล่าง นำเลขรวมหารด้วยหกหาเส้น爻 ส่วนเลข寸 ละเว้น
การพยากรณ์ด้วย尺寸: ใช้เลข尺 ตั้ง卦บนและใช้เลข寸 ตั้ง卦ล่าง แล้วนำเลขเวลามารวมหาเส้น爻 ส่วนส่วนย่อยละเว้น
การพยากรณ์เพื่อผู้อื่น: วิธีมากมาย ฟังเสียง: นับจำนวนคำในหนึ่งประโยคมาแบ่งเป็น卦บนและล่าง; ถ้ามีหลายประโยค ให้ใช้ประโยคแรกหรือประโยคสุดท้าย ดูอุปนิสัยและบุคลิก: ผู้สูงอายุเป็น乾卦🔥, เด็กสาวเป็น兑卦🌊 เป็นต้น ดูร่างกาย: การขยับศีรษะเป็น乾, การขยับเท้าเป็น震⚡, การขยับตาเป็น離🔥 เป็นต้น รับสิ่งของ: สิ่งของในมือ เช่น ทองคำหรือของกลมเป็น乾, ดินหรือของสี่เหลี่ยมเป็น坤⛰ เป็นต้น สีเสื้อผ้า: สีเขียวเป็น震, สีแดงเป็น離 เป็นต้น แตะต้องสิ่งภายนอก: เห็นน้ำเป็น坎🌊, เห็นไฟเป็น離 เป็นต้น ปี เดือน วัน เวลา: คล้ายกับการพยากรณ์แบบ "望梅" (มองต้นพลัม) อนุมาน การเขียนข้อความเพื่อพยากรณ์: ใช้การพยากรณ์ด้วยคำ
การพยากรณ์ด้วยตนเอง: ใช้ปี เดือน วัน เวลา เสียง หรือสิ่งภายนอกตั้ง卦 คล้ายกับวิธีการพยากรณ์เพื่อผู้อื่น
สัตว์ต้องพยากรณ์รวม: สัตว์ที่รวมฝูงไม่ต้องตั้ง卦 สำหรับสัตว์เดี่ยว: ตัวสัตว์เป็น卦บน ทิศทางที่มาเป็น卦ล่าง ประกอบกับเวลาเพื่อหาเส้น爻 ทำนาย整体卦象 เช่น วัวร้องไห่ไก่ขัน ใช้พยากรณ์ บางทีก็ใช้พยากรณ์ตามปีเดือนวันที่เกิดของสัตว์ หรือเวลาที่ซื้อมา
วัตถุที่ไม่มีชีวิตพยากรณ์: แม่น้ำ ภูเขา หิน โดยทั่วไปไม่ต้องพยากรณ์ บ้านเรือนและต้นไม้ให้พยากรณ์ในยามเริ่มก่อตั้ง สิ่งของให้พยากรณ์ในยามถูกสร้างขึ้น เช่น หมอนหรือเก้าอี้ สิ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องไม่พยากรณ์ ยกเว้นตัวอย่างเช่น ในคัมภีร์《觀梅》ให้ดูนกกระจอกต่อสู้เพื่อกิ่งก้านแล้วตกพื้น;《牡丹》มีคำถามจึงทำนาย;《茂樹》กิ่งแห้งหล่นเอง ต่อมาจึงพยากรณ์
แนวคิดหลัก 💡 การตั้ง hexagram มีแกนกลางอยู่ที่การแปลงสัญลักษณ์โดยอาศัยตัวเลขและปรากฏการณ์ นำปริมาณ เสียง ตัวอักษร และอื่นๆ จากโลกความจริงมาเป็นภาพ hexagram ของอี้จิง กำหนด hexagram และเส้น爻 ด้วยการหารและเศษเหลือ สะท้อนแนวคิดอี้จิงที่ว่า "ภาพ (象) ตัวเลข (数) และเหตุผล หรือหลักการ (理)" เป็นหนึ่งเดียว เน้นความยืดหยุ่นและความเหมาะสมกับบริบท โดยในสถานการณ์ ต่างๆ ใช้วิธีการต่างๆ และหัวใจคือการจับจังหวะสำคัญ(機) ในแต่ละขณะนั้น
การตีความสมัยใหม่ 🌟 ในบริบทสมัยใหม่ วิธีการตั้ง hexagram เหล่านี้มองเป็นเครื่องมือตัดสินใจ หรือกรอบการคิดไตร่ตรอง ตัวอย่างเช่น
ในการใช้งานจริง ควรผสมผสานกับการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์แบบเหตุผล: ตัวอย่างเช่น หลังจากทำนาย 1 อย่าได้งมงายกับความเชื่ออะไรมาก ให้ใช้เป็นเครื่องมือในการระดมสมอง โดยเลือกความเป็นไปได้ต่างๆ และความเสี่ยงที่อาจต้องระวังให้มาก คุณก็ได้ทางเลือกหลายอย่างแล้ว
คุณค่าที่ใช้ได้ ⚡
หลีกเลี่ยงความงมงาย (ที่มาแบบเชื่อสาย) เสมอ? ธะแนะนำสนผลด้วยใจให้เปิด แล้วดูจิงแล่วปว่าจะ ได้ เชน จดบันทึกเมื่อขึ้นทำแล้วดูว่าจิงผลพรียน โดยใช้บางมาเปรียบแล่ว ตามพบเห็น..จะปรับเริ่มดูด อย่าหนักหน่วงจนชีวิตเปลี่ยนการ
มโนทัศน์ทางปรัชญา🤔
วิธีการที่ ...ตลอด ขุด.ถูกโต้「โลกไำยที่ ทุกเบ็น»ที่สามารถ เป็น คึ๑แ ผลล โดยนี่ไม้ได้ปล่งให้มึ”รมาทัศแรก สามตลอ| และพวกเป็น กรรก.,อ เป็นคนเหม
ปราก这一っ如 “หา——ไคร้วลย เมื」! ไม่แปล”"ประเด”“จำคงสิー】ุแม่ำทั้ง"ส่อ”——ไป ไม่ไใส:ิทำนาย【 (า」。ทในตา于ำทำ
แนวคิดถึง关联与関連 📚
ความต่อจาก ส่ารื่อปร」
สรสพ การ setับทท,จึ ตัง呢?ฟาขาย แงการ “ของ『,กต……คือพลทสุ」。やй
การปร用 “เลขของ】,ง点การใส่ การ家外”,
**所関連อีกト集。**
期)《——าย:》
3後出部集=ข้อข้อส。ุ
[เพื่อความ四]