กำลังโหลด...
บทที่ 15 จาก 25
皇极经世
มีพวกที่ถือวันเป็นวัน มีพวกที่ถือวันเป็นเดือน มีพวกที่ถือวันเป็นดาว มีพวกที่ถือวันเป็นเวลา มีพวกที่ถือเดือนเป็นวัน มีพวกที่ถือเดือนเป็นเดือน มีพวกที่ถือเดือนเป็นดาว มีพวกที่ถือเดือนเป็นเวลา มีพวกที่ถือดาวเป็นวัน มีพวกที่ถือดาวเป็นเดือน มีพวกที่ถือดาวเป็นดาว มีพวกที่ถือดาวเป็นเวลา มีพวกที่ถือเวลาเป็นวัน มีพวกที่ถือเวลาเป็นเดือน มีพวกที่ถือเวลาเป็นดาว มีพวกที่ถือเวลาเป็นเวลา นี่คือการนำวัน เดือน ดาว เวลา สี่ลักษณ์มาประกอบกันเป็น sixteen แบบโครงสร้างพื้นฐานของสรรพสิ่ง
พวกที่ถือวันเป็นวัน对应การจับคู่บินกับบิน พวกที่ถือวันเป็นเดือน对应การจับคู่บินกับเดิน พวกที่ถือวันเป็นดาว对应การจับคู่บินกับไม้ พวกที่ถือวันเป็นเวลา对应การจับคู่บินกับหญ้า พวกที่ถือเดือนเป็นวัน对应การจับคู่เดินกับบิน พวกที่ถือเดือนเป็นเดือน对应การจับคู่เดินกับเดิน พวกที่ถือเดือนเป็นดาว对应การจับคู่เดินกับไม้ พวกที่ถือเดือนเป็นเวลา对应การจับคู่เดินกับหญ้า พวกที่ถือดาวเป็นวัน对应การจับคู่ไม้กับบิน พวกที่ถือดาวเป็นเดือน对应การจับคู่ไม้กับเดิน พวกที่ถือดาวเป็นดาว对应การจับคู่ไม้กับไม้ พวกที่ถือดาวเป็นเวลา对应การจับคู่ไม้กับหญ้า พวกที่ถือเวลาเป็นวัน对应การจับคู่หญ้ากับบิน พวกที่ถือเวลาเป็นเดือน对应การจับคู่หญ้ากับเดิน พวกที่ถือเวลาเป็นดาว对应การจับคู่หญ้ากับไม้ พวกที่ถือเวลาเป็นเวลา对应การจับคู่หญ้ากับหญ้า ภายในพวกสิ่งของจึงแบ่งออกเป็นบิน เดิน ไม้ หญ้า สี่สถานะ ดุจรูปแบบการเคลื่อนที่ต่างระดับกันในระบบนิเวศ 🌱
มีพวกที่ถือราชาเป็นราชาแห่งประชา มีพวกที่ถือราชาเป็นจักรพรรดิแห่งประชา มีพวกที่ถือราชาเป็นกษัตริย์แห่งประชา มีพวกที่ถือราชาเป็นผู้นำแห่งประชา มีพวกที่ถือจักรพรรดิเป็นราชาแห่งประชา มีพวกที่ถือจักรพรรดิเป็นจักรพรรดิแห่งประชา มีพวกที่ถือจักรพรรดิเป็นกษัตริย์แห่งประชา มีพวกที่ถือจักรพรรดิเป็นผู้นำแห่งประชา มีพวกที่ถือกษัตริย์เป็นราชาแห่งประชา มีพวกที่ถือกษัตริย์เป็นจักรพรรดิแห่งประชา มีพวกที่ถือกษัตริย์เป็นกษัตริย์แห่งประชา มีพวกที่ถือกษัตริย์เป็นผู้นำแห่งประชา มีพวกที่ถือผู้นำเป็นราชาแห่งประชา มีพวกที่ถือผู้นำเป็นจักรพรรดิแห่งประชา มีพวกที่ถือผู้นำเป็นกษัตริย์แห่งประชา มีพวกที่ถือผู้นำเป็นผู้นำแห่งประชา นี่คือการนำราชา จักรพรรดิ กษัตริย์ ผู้นำ สี่บุคลิกภาพทางการเมืองมาประกอบกันเป็น sixteen แบบโครงสร้างของประชา
พวกที่ถือราชาเป็นราชาแห่งประชา对应การจับคู่นักปราชญ์กับนักปราชญ์ พวกที่ถือราชาเป็นจักรพรรดิแห่งประชา对应การจับคู่นักปราชญ์กับชาวนา พวกที่ถือราชาเป็นกษัตริย์แห่งประชา对应การจับคู่นักปราชญ์กับช่าง พวกที่ถือราชาเป็นผู้นำแห่งประชา对应การจับคู่นักปราชญ์กับพ่อค้า พวกที่ถือจักรพรรดิเป็นราชาแห่งประชา对应การจับคู่ชาวนากับนักปราชญ์ พวกที่ถือจักรพรรดิเป็นจักรพรรดิแห่งประชา对应การจับคู่ชาวนากับชาวนา พวกที่ถือจักรพรรดิเป็นกษัตริย์แห่งประชา对应การจับคู่ชาวนากับช่าง พวกที่ถือจักรพรรดิเป็นผู้นำแห่งประชา对应การจับคู่ชาวนากับพ่อค้า พวกที่ถือกษัตริย์เป็นราชาแห่งประชา对应การจับคู่ช่างกับนักปราชญ์ พวกที่ถือกษัตริย์เป็นจักรพรรดิแห่งประชา对应การจับคู่ช่างกับชาวนา พวกที่ถือกษัตริย์เป็นกษัตริย์แห่งประชา对应การจับคู่ช่างกับช่าง พวกที่ถือกษัตริย์เป็นผู้นำแห่งประชา对应การจับคู่ช่างกับพ่อค้า พวกที่ถือผู้นำเป็นราชาแห่งประชา对应การจับคู่พ่อค้ากับนักปราชญ์ พวกที่ถือผู้นำเป็นจักรพรรดิแห่งประชา对应การจับคู่พ่อค้ากับชาวนา พวกที่ถือผู้นำเป็นกษัตริย์แห่งประชา对应การจับคู่พ่อค้ากับช่าง พวกที่ถือผู้นำเป็นผู้นำแห่งประชา对应การจับคู่พ่อค้ากับพ่อค้า ภายในประชาจึงแบ่งออกเป็นนักปราชญ์ ชาวนา ช่าง พ่อค้า สี่อาชีพ 对应บทบาทพื้นฐานสี่อย่างของการแบ่งงานในสังคม
พวกที่บินกับบินจับคู่กัน对应การจับคู่สภาวะกับสภาวะ พวกที่บินกับเดินจับคู่กัน对应การจับคู่สภาวะกับอารมณ์ พวกที่บินกับไม้จับคู่กัน对应การจับคู่สภาวะกับรูปทรง พวกที่บินกับหญ้าจับคู่กัน对应การจับคู่สภาวะกับร่างกาย พวกที่เดินกับบินจับคู่กัน对应การจับคู่อารมณ์กับสภาวะ พวกที่เดินกับเดินจับคู่กัน对应การจับคู่อารมณ์กับอารมณ์ พวกที่เดินกับไม้จับคู่กัน对应การจับคู่อารมณ์กับรูปทรง พวกที่เดินกับหญ้าจับคู่กัน对应การจับคู่อารมณ์กับร่างกาย พวกที่ไม้กับบินจับคู่กัน对应การจับคู่รูปทรงกับสภาวะ พวกที่ไม้กับเดินจับคู่กัน对应การจับคู่รูปทรงกับอารมณ์ พวกที่ไม้กับไม้จับคู่กัน对应การจับคู่รูปทรงกับรูปทรง พวกที่ไม้กับหญ้าจับคู่กัน对应การจับคู่รูปทรงกับร่างกาย พวกที่หญ้ากับบินจับคู่กัน对应การจับคู่ร่างกายกับสภาวะ พวกที่หญ้ากับเดินจับคู่กัน对应การจับคู่ร่างกายกับอารมณ์ พวกที่หญ้ากับไม้จับคู่กัน对应การจับคู่ร่างกายกับรูปทรง พวกที่หญ้ากับหญ้าจับคู่กัน对应การจับคู่ร่างกายกับร่างกาย โครงสร้างภายในของสิ่งของจึงแบ่งออกเป็นสภาวะ อารมณ์ รูปทรง ร่างกาย สี่ชั้น ขยายออกจากภายในสู่ภายนอกทีละชั้น
พวกที่นักปราชญ์กับนักปราชญ์จับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่เมตตากับเมตตา พวกที่นักปราชญ์กับชาวนาจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่เมตตากับพิธีการ พวกที่นักปราชญ์กับช่างจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่เมตตากับความชอบธรรม พวกที่นักปราชญ์กับพ่อค้าจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่เมตตากับปัญญา พวกที่ชาวนากับนักปราชญ์จับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่พิธีการกับเมตตา พวกที่ชาวนากับชาวนาจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่พิธีการกับพิธีการ พวกที่ชาวนากับช่างจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่พิธีการกับความชอบธรรม พวกที่ชาวนากับพ่อค้าจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่พิธีการกับปัญญา พวกที่ช่างกับนักปราชญ์จับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่ความชอบธรรมกับเมตตา พวกที่ช่างกับชาวนาจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่ความชอบธรรมกับพิธีการ พวกที่ช่างกับช่างจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่ความชอบธรรมกับความชอบธรรม พวกที่ช่างกับพ่อค้าจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่ความชอบธรรมกับปัญญา พวกที่พ่อค้ากับนักปราชญ์จับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่ปัญญากับเมตตา พวกที่พ่อค้ากับชาวนาจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่ปัญญากับพิธีการ พวกที่พ่อค้ากับช่างจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่ปัญญากับความชอบธรรม พวกที่พ่อค้ากับพ่อค้าจับคู่กันแห่งประชา对应การจับคู่ปัญญากับปัญญา คุณธรรมภายในของประชาจึงแบ่งออกเป็นเมตตา พิธีการ ความชอบธรรม ปัญญา สี่คุณธรรม ประกอบเป็นสเปกตรัมทางศีลธรรมของมนุษย์
พวกที่บินกับบินจับคู่กันเป็นหนึ่งส่วนหนึ่งของหนึ่ง พวกที่บินกับเดินจับคู่กันเป็นสิบส่วนของหนึ่ง พวกที่บินกับไม้จับคู่กันเป็นร้อยส่วนของหนึ่ง พวกที่บินกับหญ้าจับคู่กันเป็นพันส่วนของหนึ่ง พวกที่เดินกับบินจับคู่กันเป็นหนึ่งส่วนของสิบ พวกที่เดินกับเดินจับคู่กันเป็นสิบส่วนของสิบ พวกที่เดินกับไม้จับคู่กันเป็นร้อยส่วนของสิบ พวกที่เดินกับหญ้าจับคู่กันเป็นพันส่วนของสิบ พวกที่ไม้กับบินจับคู่กันเป็นหนึ่งส่วนของร้อย พวกที่ไม้กับเดินจับคู่กันเป็นสิบส่วนของร้อย พวกที่ไม้กับไม้จับคู่กันเป็นร้อยส่วนของร้อย พวกที่ไม้กับหญ้าจับคู่กันเป็นพันส่วนของร้อย พวกที่หญ้ากับบินจับคู่กันเป็นหนึ่งส่วนของพัน พวกที่หญ้ากับเดินจับคู่กันเป็นสิบส่วนของพัน พวกที่หญ้ากับไม้จับคู่กันเป็นร้อยส่วนของพัน พวกที่หญ้ากับหญ้าจับคู่กันเป็นพันส่วนของพัน นี่คือระดับปริมาณสิบหกแบบของสรรพสิ่ง ผลักดันซ้อนชั้นด้วยความสัมพันธ์ฐานสิบ
พวกที่นักปราชญ์กับนักปราชญ์จับคู่กันแห่งประชาเป็นหนึ่งส่วนหนึ่งของหนึ่ง พวกที่นักปราชญ์กับชาวนาจับคู่กันแห่งประชาเป็นสิบส่วนของหนึ่ง พวกที่นักปราชญ์กับช่างจับคู่กันแห่งประชาเป็นร้อยส่วนของหนึ่ง พวกที่นักปราชญ์กับพ่อค้าจับคู่กันแห่งประชาเป็นพันส่วนของหนึ่ง พวกที่ชาวนากับนักปราชญ์จับคู่กันแห่งประชาเป็นหนึ่งส่วนของสิบ พวกที่ชาวนากับชาวนาจับคู่กันแห่งประชาเป็นสิบส่วนของสิบ พวกที่ชาวนากับช่างจับคู่กันแห่งประชาเป็นร้อยส่วนของสิบ พวกที่ชาวนากับพ่อค้าจับคู่กันแห่งประชาเป็นพันส่วนของสิบ พวกที่ช่างกับนักปราชญ์จับคู่กันแห่งประชาเป็นหนึ่งส่วนของร้อย พวกที่ช่างกับชาวนาจับคู่กันแห่งประชาเป็นสิบส่วนของร้อย พวกที่ช่างกับช่างจับคู่กันแห่งประชาเป็นร้อยส่วนของร้อย พวกที่ช่างกับพ่อค้าจับคู่กันแห่งประชาเป็นพันส่วนของร้อย พวกที่พ่อค้ากับนักปราชญ์จับคู่กันแห่งประชาเป็นหนึ่งส่วนของพัน พวกที่พ่อค้ากับชาวนาจับคู่กันแห่งประชาเป็นสิบส่วนของพัน พวกที่พ่อค้ากับช่างจับคู่กันแห่งประชาเป็นร้อยส่วนของพัน พวกที่พ่อค้ากับพ่อค้าจับคู่กันแห่งประชาเป็นพันส่วนของพัน นี่คือระดับปริมาณสิบหกแบบของประชา สอดคล้องกับระดับปริมาณของสรรพสิ่งอย่างเคร่งครัด
พวกประเภทบินหนึ่งส่วนหนึ่งของหนึ่งสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับล้านล้าน ((10^{12})) พวกประเภทบินสิบส่วนของหนึ่งสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับร้อยล้าน ((10^8)) พวกประเภทบินร้อยส่วนของหนึ่งสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับหมื่น ((10^4)) พวกประเภทบินพันส่วนของหนึ่งสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับพัน ((10^3)) พวกประเภทเดินหนึ่งส่วนของสิบสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับร้อยล้าน พวกประเภทเดินสิบส่วนของสิบสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับหมื่น พวกประเภทเดินร้อยส่วนของสิบสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับพัน พวกประเภทเดินพันส่วนของสิบสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับร้อย พวกประเภทไม้หนึ่งส่วนของร้อยสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับหมื่น พวกประเภทไม้สิบส่วนของร้อยสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับพัน พวกประเภทไม้ร้อยส่วนของร้อยสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับร้อย พวกประเภทไม้พันส่วนของร้อยสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับสิบ พวกประเภทหญ้าหนึ่งส่วนของพันสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับพัน พวกประเภทหญ้าสิบส่วนของพันสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับร้อย พวกประเภทหญ้าร้อยส่วนของพันสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับสิบ พวกประเภทหญ้าพันส่วนของพันสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับหนึ่ง ยิ่งระดับของสรรพสิ่งสูงเท่าใด จำนวนที่ครอบงำยิ่งมากเท่านั้น ยิ่งระดับต่ำเท่าใด จำนวนที่ครอบงำยิ่งน้อยเท่านั้น 🌿
พวกประชาประเภทนักปราชญ์หนึ่งส่วนหนึ่งของหนึ่งสามารถรองรับประชาระดับล้านล้าน พวกประชาประเภทนักปราชญ์สิบส่วนของหนึ่งสามารถรองรับประชาระดับร้อยล้าน พวกประชาประเภทนักปราชญ์ร้อยส่วนของหนึ่งสามารถรองรับประชาระดับหมื่น พวกประชาประเภทนักปราชญ์พันส่วนของหนึ่งสามารถรองรับประชาระดับพัน พวกประชาประเภทชาวนาหนึ่งส่วนของสิบสามารถรองรับประชาระดับร้อยล้าน พวกประชาประเภทชาวนาสิบส่วนของสิบสามารถรองรับประชาระดับหมื่น พวกประชาประเภทชาวนาร้อยส่วนของสิบสามารถรองรับประชาระดับพัน พวกประชาประเภทชาวนาพันส่วนของสิบสามารถรองรับประชาระดับร้อย พวกประชาประเภทช่างหนึ่งส่วนของร้อยสามารถรองรับประชาระดับหมื่น พวกประชาประเภทช่างสิบส่วนของร้อยสามารถรองรับประชาระดับพัน พวกประชาประเภทช่างร้อยส่วนของร้อยสามารถรองรับประชาระดับร้อย พวกประชาประเภทช่างพันส่วนของร้อยสามารถรองรับประชาระดับสิบ พวกประชาประเภทพ่อค้าหนึ่งส่วนของพันสามารถรองรับประชาระดับพัน พวกประชาประเภทพ่อค้าสิบส่วนของพันสามารถรองรับประชาระดับร้อย พวกประชาประเภทพ่อค้าร้อยส่วนของพันสามารถรองรับประชาระดับสิบ พวกประชาประเภทพ่อค้าพันส่วนของพันสามารถรองรับประชาระดับหนึ่ง ลำดับชั้นทางสังคมของประชากับลำดับชั้นทางธรรมชาติของสรรพสิ่งปฏิบัติตามกฎเดียวกัน
สิ่งหนึ่งหนึ่งส่วนหนึ่งของหนึ่งกลับสามารถรองรับสรรพสิ่งระดับล้านล้านได้ นี่ไม่ใช่มหาสิ่งหรืออะไรเล่า? ประชาหนึ่งหนึ่งส่วนหนึ่งของหนึ่งกลับสามารถรองรับประชาระดับล้านล้านได้ นี่ไม่ใช่มหาประชาหรืออะไรเล่า? สิ่งพันส่วนของพัน只能รองรับสรรพสิ่งระดับหนึ่ง นี่ไม่ใช่จุลสิ่งหรืออะไรเล่า? ประชาพันส่วนของพัน只能รองรับประชาระดับหนึ่ง นี่ไม่ใช่จุลประชาหรืออะไรเล่า?
จากนี้จึงรู้แน่ชัดว่า สรรพสิ่งมีขนาดใหญ่เล็กต่างกัน ประชามีผู้ฉลาดผู้เขลาแตกต่างกัน การนำคุณธรรมที่ฟ้าดินให้กำเนิดสรรพสิ่งระดับล้านล้านมาเปลี่ยนให้กำเนิดประชาระดับล้านล้าน นี่จะไม่เรียกว่าถึงซึ่งความศักดิ์สิทธิ์หรือ? การนำความสำเร็จที่ฟ้าดินเลี้ยงดูสรรพสิ่งระดับล้านล้านมาเปลี่ยนมาเลี้ยงดูประชาระดับล้านล้าน นี่จะไม่เรียกว่าถึงซึ่งความประเสริฐหรือ?
ตั้งแต่นี้ต่อไป จงเข้าใจว่าการ實踐รูปธรรมสำคัญที่สุด หากไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู้ประเสริฐแล้ว จะไม่ทำให้ฟ้าดินต้องผิดหวังได้อย่างไร?
ที่ฟ้าดินเรียกว่า “การดูสรรพสิ่ง” มิได้ใช้ตาดู มิใช่เพียงใช้ตาดูเท่านั้น หากแต่ใช้ใจดู มิใช่เพียงใช้ใจดูเท่านั้น หากแต่ใช้เหตุผลดู สรรพสิ่งใต้ฟ้า ไม่มีสิ่งใดไร้ซึ่งเหตุผล ไม่มีสิ่งใดไร้ซึ่งสภาวะ ไม่มีสิ่งใดไร้ซึ่งโชคชะตา ที่เรียกว่า “เหตุผล” เมื่อเข้าถึงมันอย่างถ่องแท้จึงจะรู้ได้ ที่เรียกว่า “สภาวะ” เมื่อ竭尽มันจึงจะรู้ได้ ที่เรียกว่า “โชคชะตา” เมื่อถึงมันจึงจะรู้ได้ ความรู้สามประการนี้ เป็นความรู้แท้จริงของใต้ฟ้า แม้ผู้ประเสริฐก็มิได้เกินกว่านี้ และผู้ที่พยายามจะเกินกว่านี้ ย่อมไม่ควรเรียกว่าผู้ประเสริฐ
กระจกที่สามารถแจ่มใสได้ เพราะมันไม่ซ่อนรูปทรงของสรรพสิ่ง อย่างไรก็ตาม กระจกแม้จะไม่ซ่อนรูปทรงของสรรพสิ่งได้ ก็ยังสู้น้ำที่สามารถรวมรูปทรงของสรรพสิ่งเป็นหนึ่งไม่ได้ น้ำแม้จะรวมรูปทรงของสรรพสิ่งได้ ก็ยังสู้ผู้ประเสริฐที่สามารถรวมอารมณ์ของสรรพสิ่งเป็นหนึ่งไม่ได้ ที่ผู้ประเสริฐสามารถรวมอารมณ์ของสรรพสิ่งเป็นหนึ่งได้ เพราะผู้ประเสริฐสามารถทำการมองย้อนกลับได้
ที่เรียกว่า “การมองย้อนกลับ” คือไม่มองสิ่งด้วยตน ไม่มองสิ่งด้วยตน ก็คือมองสิ่งด้วยสิ่ง เมื่อสามารถมองสิ่งด้วยสิ่งได้ แล้วจะยังมี “ตน” อยู่ตรงไหนเล่า? ด้วยประการฉะนี้ ฉันก็คือคน คนก็คือฉัน ฉันและคนล้วนเป็นสิ่ง ดังนั้นจึงสามารถใช้ตาของคนทั้งใต้ฟ้าเป็นตาของตน ดวงตานี้ย่อมไม่มีสิ่งใดไม่ดู ใช้หูของคนทั้งใต้ฟ้าเป็นหูของตน หูคู่นี้ย่อมไม่มีสิ่งใดไม่ได้ยิน ใช้ปากของคนทั้งใต้ฟ้าเป็นปากของตน ปากนี้ย่อมไม่มีสิ่งใดไม่พูด ใช้ใจของคนทั้งใต้ฟ้าเป็นใจของตน ใจนี้ย่อมไม่มีสิ่งใดไม่คิด謀
การมองเห็นของใต้ฟ้า สำหรับการเห็นและการได้ยิน จะไม่กว้างขวางหรือ? การได้ยินของใต้ฟ้า สำหรับการรู้จากการได้ยิน จะไม่ไกลโพ้นหรือ? คำพูดของใต้ฟ้า สำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ จะไม่สูงส่งหรือ? ความคิด謀ของใต้ฟ้า สำหรับความสุขสงบ จะไม่ยิ่งใหญ่หรือ? สามารถทำกิจที่กว้างขวางที่สุด ไกลที่สุด สูงที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ โดยตนเองไร้ซึ่งการเห็นแก่ตนแม้แต่น้อย นี่จะไม่เรียกว่าถึงซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ประเสริฐหรือ?
มิเพียงฉันเท่านั้นที่เห็นว่านี่คือถึงซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ประเสริฐ แม้คนทั้งใต้ฟ้าก็เห็นว่านี่คือถึงซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ประเสริฐ มิเพียงคนทั้งใต้ฟ้าในยุคเดียวเท่านั้นที่เห็นว่านี่คือถึงซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ประเสริฐ แม้คนทั้งใต้ฟ้านับหมื่นชั่วอายุก็เห็นว่านี่คือถึงซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ประเสริฐ ผู้ที่超越สภาวะนี้ไป ย่อมไม่อาจรู้ได้แล้ว
อ่านเพิ่มเติม:
งานวิจัยสมัยใหม่: