กำลังโหลด...
บทที่ 13 จาก 20
本草纲目
คำแปลโดยรวม
หัวข้อนี้เป็นการแปลเนื้อหา 《ตำราเภสัชกรรมแผนโบราณ เจ้าคุณหลี่ซือเจิน·หมวดสัตว์》 เป็นภาษาพูดสมัยใหม่ เพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาวัฒนธรรมโบราณเท่านั้น มิได้ใช้เป็นคำแนะนำในการใช้ยาหรือการรักษา เนื้อหาต้นฉบับรวบรวมสัตว์ที่ใช้เป็นยาแผนโบราณไว้มากมาย ต่อไปนี้เป็นบทสรุปตามหมวดหมู่ โดยกล่าวถึงรสและสรรพคุณตามความเชื่อโบราณ
สุกร (หมู) หมูแต่ละส่วนมีกลิ่นรสต่างกัน: เนื้อหมูรสเปรี้ยว เย็น ไม่มีพิษ เนื้อหมูทั่วไปรสขม เย็นเล็กน้อย มีพิษเล็กน้อย มันหมูรสหวาน เย็นเล็กน้อย ตับหมูรสขม อุ่น เชื่อกันในสมัยโบราณว่า: หัวแม่เท้าหมูตัวเมียช่วยขับน้ำนม รักษาฝีและมะเร็งผิวหนัง; ดีหมูใช้แก้อาการท้องร่วง ปัสสาวะไม่ออก โรคกระหายน้ำ ฝีหนอง ต้อเนื้อในตา ตาแดง น้ำร้อนลวกไฟไหม้; กระเพาะปัสสาวะหมูใช้แก้ปัสสาวะรดที่นอน ปัสสาวะรดที่นอนหลังคลอด ไส้เลื่อน ฝีที่อวัยวะเพศ; ตับอ่อนหมูใช้แก้ไอ ต้อเนื้อในตา โรคผิวหนังด่างขาว มือเท้าแตก; ไตหมูใช้แก้ไตพร่อง อสุจิหลั่ง บทเสื่อม ปวดเอว หูตึง ท้องร่วงเรื้อรัง ตกขาว เลือดล็อก เหงื่อออกมากหลังคลอด; ตับหมูใช้แก่โรคบิดเรื้อรัง บวมน้ำ ตับร้อนตาแดง รอยฟกช้ำดำเขียว; มันหมูใช้แก่ตกขาวแดงขาว อุจจาระปัสสาวะไม่ออก ไอ มือเท้าแตก ปากเปื่อย ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ; เนื้อหมูใช้แก่โรคบิดในเด็ก ไอ บาดทะยัก บาดเจ็บจากแรงกระแทก เหตุการณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นประสบการณ์โบราณ การปฏิบัติดังกล่าวบางประการอาจมีปัญหาด้านสุขอนามัย
สุนัข เนื้อสุนัข รสเค็มเปรี้ยว อุ่น น้ำดีสุนัข รสขม กลาง มีพิษเล็กน้อย สมัยโบราณเชื่อว่าเนื้อสุนัขช่วยบำรุงพลังชีวิตอย่างมาก โดยใช้เนื้อสุนัขเหลืองหมักเหล้า (เหล้าวูซวี่) หรือทำเป็นยาเม็ด (ยาหมุนวูซวี่) รักษาอาการอ่อนเพลีย ไข้จากกระดูกพรุน กระเพาะม้ามเย็นชื้น บวมน้ำ; น้ำดีสุนัขใช้แก้ตาแห้ง ตับอ่อนตาฟาง หูน้ำหนวก อาหารไม่ย่อย ก้อนในท้อง โรคบิด เป็นต้น
แพะ/แกะ แกะแต่ละส่วนถูกใช้เป็นยาอย่างแพร่หลายมาก: เนื้อแกะ รสขมหวาน ร้อนจัด ใช้รีักษาความอ่อนเพลียจากความเย็น ปวดท้องหลังคลอด ประจำเดือนมาผิดปกติ เสริมหยางบำรุงไต ไข้จากกระดูกพรุนเรื้อรัง กระเพาะม้ามอ่อนแอ หน้าตาบวมน้ำ บาดเจ็บ ไม่มีน้ำนมหลังคลอด; มันแกะใช้แก้ท้องร่วง ปากคอแห้งจากความอ่อนเพลีย อ่อนเพลียหลังคลอด ฝีหนอง ปากเปื่อยในเด็ก; เลือดแกะใช้แก้เลือดกำเดาไหล ตกเลือดหลังคลอด ถ่ายเป็นเลือด ทารกตายค้างในครรภ์; ไตแกะใช้แก้ร่างกายส่วนล่างเย็นชื้น บทเสื่อม ไตพร่องปวดเอว; ตับแกะใช้แก้ตาแดง ต้อเนื้อ ตาเสีย ตาบอด青光眼 เหงือกเน่า โรคบิดเรื้อรัง; น้ำดีแกะใช้แก้ตาบอดหลังป่วย ท้องผูก เปลือกตาอักเสบ; กระเพาะแกะใช้แก้ความอ่อนเพลียเรื้อรัง บำรุงกลาง เส้นเลือดสมองแตกในผู้ป่วยเรื้อรัง โรคกระหายน้ำ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ; เขาแกะใช้แก้ลมปราณย้อนกลับแน่นหน้าอก อาเจียนเป็นเลือด ไอหอบ บาดเจ็บ; กระดูกสันหลังแกะ กระดูกข้อเท้าใช้แก้ปวดเอว หูตึง ปวดฟัน ประจำเดือนมาไม่หยุด; ขี้แกะใช้แก้ปวดใจ อัณฑะบวม ฝีหนอง ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ การใช้ของเสีย เช่น ขี้แกะ เป็นยาไม่เป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน
วัว เนื้อวัวเหลือง รสหวาน อุ่น เนื้อวัวน้ำ รสหวาน กลาง นมวัว รสหวาน เย็นเล็กน้อย มันสมองวัว รสหวาน อุ่น มีพิษเล็กน้อย เขาอ่อน รสขม อุ่น สมัยโบราณเชื่อว่าเนื้อวัวช่วยบำรุงกลาง บำรุงม้ามกระเพาะ บำรุงเอวและเท้า แก้กระหายน้ำ; นมวัวใช้แก้พิษร้อน ลม กระหายน้ำจากไตพร่อง; มันสมองวัวใช้แก้อาเจียนเป็นเลือด ปวดหัว ก้อนในม้าม ก้อนจากลม; เขาอ่อนใช้แก้โรคบิดเย็น ถ่ายเป็นเลือด ตกขาว; ปัสสาวะวัว ขี้วัวใช้แก้บวมน้ำ ดีซ่าน อหิวาตกโรค ส้นเท้าบวมปวด ปวดเอวขณะตั้งครรภ์ ฝี เต้านมอักเสบ ฝีที่หลัง เป็นต้น ปัสสาวะและขี้วัวเป็นวิธีการรักษาพื้นบ้านโบราณ ซึ่งไม่ควรเลียนแบบในยุคปัจจุบัน
ม้า ลา อูฐ เนื้อม้า รสเผ็ด เย็น มีพิษ ปัสสาวะม้าขาว รสเผ็ด เย็นเล็กน้อย มีพิษ มูลม้าขาว มีความอุ่นเล็กน้อย สมัยโบราณใช้ขับร้อน ทำให้ลมปราณลง เสริมเอวและกระดูกสันหลัง ใช้ภายนอกล้างแผลที่ศีรษะ; ปัสสาวะม้าใช้แก้เต้านมบวม ก้อน; มูลม้าใช้แก้อาเจียนเป็นเลือด โรคบิด ปวดบิดในลำไส้ แผลร้าย แผลเปื่อยจากความเย็น เนื้อลารสหวานเย็น บำรุงเลือด เสริมพลัง รักษาความอ่อนเพลียเรื้อรัง; ปัสสาวะลารักษาอาการอาหารไม่ย่อย พิษสุนัขบ้า ปวดฟันจากแมลง; มูลลารักษาเลือดกำเดาไหล กลากชื้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ มันอูฐ รสหวาน อุ่น ใช้รักษาลมเรื้อรัง ผิวหนังชาไม่รู้สึก แผลร้าย ฝีบวมรูรั่ว
อาเจียว (เคี่ยวหนังลา): เป็นเจลาตินจากหนังลา รสหวาน กลาง สมัยโบราณใช้แก้โรคอัมพาตครึ่งซึก ไอหอบ ลำไส้แปรปรวนในผู้สูงอายุ โรคบิด อาเจียนเป็นเลือด ประจำเดือนมาไม่ปกติ ตกเลือดระหว่างตั้งครรภ์ ครรภ์ดิ้น ไอเรื้อรัง เป็นต้น
ฮวงหมิงเจียว: เป็นเจลาตินจากหนังวัว รสหวาน กลาง สมัยโบราณใช้แก้ปอดฝ่อ อาเจียนเป็นเลือด ไอเป็นเลือด ตกเลือดระหว่างตั้งครรภ์ ไตพร่องเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ปวดตามข้อจากลม บาดเจ็บ น้ำร้อนลวกไฟไหม้ พิษบวม ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เป็นต้น
นิ่วหงั่ว (วัวเหลือง): เป็นนิ่วในถุงน้ำดีวัว รสขม กลาง มีพิษเล็กน้อย สมัยโบราณใช้แก้พิษร้อนแต่กำเนิดในทารก ไข้ชักในเด็ก ชัก โรคชัก
จ๋าต้า โกวเป่า (ก้อนพยาธิสภาพ狗狗宝藏): เป็นก้อนเนื้อเยื่อผิดปกติหรือนิ่วในสัตว์ สมัยโบราณใช้แก้โรคชัก พิษฝี กลืนอาหารลำบาก มะเร็งผิวหนัง ฝีที่หลัง อาการอาหารไม่ย่อย เป็นต้น ซึ่งตำรับยาที่ซับซ้อน เช่น “โกวเป่าหมุน” ควรพิจารณาอย่างมีเหตุผล
เสือ: กระดูกเสือ รสเผ็ด อุ่นเล็กน้อย สมัยโบราณใช้แก้ปวดแขนขา เอวขาไม่สะดวก ปวดข้อ ปวดเอ็น กระดูกเคลื่อน ริดสีดวงทวาร น้ำร้อนลวกไฟไหม้ แผลร้อนในที่ขา; เนื้อเสือช่วยเพิ่มพลัง
เสือดาว: เนื้อเสือดาว รสเปรี้ยว กลาง สมัยโบราณเชื่อว่าเสริมสร้างกระดูกกล้ามเนื้อ เสริมกำลังใจ ทนหนาวทนร้อน
ช้าง: งาช้าง รสหวาน เย็น ใช้แก้ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะบ่อยเกินไป ก้างปลาตำในเนื้อ; หนังช้างใช้แก้แผลที่อวัยวะเพศ แผลไม่ปิด
แรด: เขาแรด รสขมเปรี้ยวเค็ม เย็น ใช้แก้ อาเจียนเป็นเลือด ลมชักในเด็ก ดับร้อน โรคบิดเป็นเลือดสด
หมูป่า: เนื้อ รสหวาน กลาง รักษาโรคลมชัก บำรุงอวัยวะทั้งห้า; มันหมูป่าใช้แก้ส่งเสริมน้ำนมหลังคลอด ลมบวม หิด กลาก
หมี: มันหมี รสหวาน เย็นเล็กน้อย ใช้แก้ผมหงอก ขุยผม บำรุงความอ่อนแอ; น้ำดีหมี รสขม เย็น ใช้แก้ต้อเนื้อ ริดสีดวงทวาร พยาธิไส้เดือน ลมชักในเด็ก
ละมั่งแอนทีโลป: เขาละมั่ง รสเค็ม เย็น ใช้แก้กลืนอาหารติดขัด เจ็บชายโครง ปวดท้อง ปวดท้องแท้ง โรคผื่นแดง
กวาง: เขากวางอ่อน รสหวาน อุ่น เขากวาง รสเค็ม อุ่น เจลาตินกวางขาว รสหวาน กลาง ใช้แก้ความอ่อนเพลีย เหงื่อออกตอนกลางคืน อสุจิหลั่ง ปวดเอว ตกเลือดระหว่างตั้งครรภ์ ปวดกระดูกกล้ามเนื้อ บทเสื่อม ตกขาว เป็นต้น
麋 (กวางเอลค์): เขากวางเอลค์ รสหวาน ร้อน ใช้แก้ความอ่อนเพลีย สร้างเลือดและน้ำเลี้ยง เสริมกระดูกกล้ามเนื้อ ตำรับยาที่เป็นตัวแทน เช่น “เอ้อจื้อหมุน” “麋เจียวกวน”
ชะมด: ชะมดเชิด รสเผ็ด อุ่น ใช้แก้ลมเส้นเลือดในสมอง อาหารไม่ย่อย ปวดหัวไมเกรน เร่งคลอด ริดสีดวงทวาร ไข้ป่าดง
แมวชะมด: กลิ่นชะมดแมวชะมดคล้ายชะมดเชิด สมัยโบราณใช้ทำให้จิตใจสงบ รักษาอาการปวดท้องใจ ป้องกันโรคระบาด
แมว: กระโหลกหัวแมว รสหวาน อุ่น ใช้แก้ก้อนในท้อง ไข้หอบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ฝีหนอง
หมูแบดเจอร์ (湍): เนื้อ รสหวานเปรี้ยว กลาง ใช้แก้ท้องมาน ไอเรื้อรังจากความอ่อนเพลีย
กระต่าย: เนื้อกระต่าย รสเผ็ด กลาง ทำให้เลือดเย็น ขับพิษ; เลือดกระต่ายทำให้เลือดเย็น กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต; ขี้กระต่าย (เมิ่งเยวี่ยซา) ใช้แก้ท้องผูก ฝีดาษตาต้อ หูน้ำหนวก
นาก: ตับนาก รสหวาน อุ่น มีพิษ ใช้แก้ไอเรื้อรังจากความอ่อนเพลีย ริดสีดวงทวารเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด
หนู: น้ำดีหนู ขี้หนู มู่ซู่ (หนูที่โตเต็มที่) สมัยโบราณใช้รักษาโรคตา หูตึง ไข้กำเริบหลังป่วย เต้านมอักเสบ กระดูกหัก บาดทะยัก โรคสตรี น้ำร้อนลวกไฟไหม้
เม่น: หนังเม่น รสขม กลาง ใช้แก้โรคริดสีดวงทวารเป็นเลือด ลำไส้มีลมเป็นเลือด โรคบิด ทวารหนักย้อย เลือดกำเดาไหล ขนตากลับเข้าตา อาหารไม่ย่อย
ลิง: เนื้อลิง รสเปรี้ยว กลาง ใช้แก้โรคเรื้อรังจากลม ไข้มาลาเรียเรื้อรัง ป้องกันไข้ป่าดง; ขี้ลิงใช้แก้สะดือเน่าในเด็ก โรคลมชักเฉียบพลันในเด็ก
ทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงบันทึกจากตำราโบราณ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสัตว์คุ้มครอง เช่น เสือ เสือดาว ช้าง แรด หมี ละมั่ง ชะมด นาก ลิง ห้ามใช้ในยุคปัจจุบันเด็ดขาด; การใช้ของเสียจากสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากพยาธิสภาพ และอวัยวะภายในบางส่วนอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย ควรพิจารณาอย่างมีเหตุผล
การบำรุงด้วยอวัยวะเดียวกัน (อี้จางปู้จาง, ฉวี่เซียงปี้เล่ย)
ตำราหมวดสัตว์มีการใช้อวัยวะภายในสัตว์เป็นจำนวนมาก เช่น ไตหมูรักษาไตพร่อง ตับแกะรักษาโรคตา ตับหมูรักษาตับร้อนตาแดง ตับนากรักษาอาการไอ สะท้อนแนวคิด “อวัยวะบำรุงอวัยวะ” “สิ่งที่คล้ายคลึงย่อมตอบสนองซึ่งกันและกัน” คนโบราณเชื่อว่าอวัยวะของสัตว์กับส่วนที่สัมพันธ์กันของร่างกายมนุษย์มีความ亲近กัน สามารถบำรุงหรือปรับสมดุลอวัยวะที่เกี่ยวข้องได้
การแยกใช้ตามส่วน คุณสมบัติ และ meridian
แม้แต่สัตว์ชนิดเดียวกัน ชิ้นส่วนต่าง ๆ ก็มีรสชาติและสรรพคุณที่แตกต่างกัน เช่น หมูมีเนื้อ มัน ตับ ไต ตับอ่อน น้ำดี กระเพาะปัสสาวะ แต่ละอย่างมีสรรพคุณเฉพาะของตน; แกะมีเนื้อ มัน เลือด ไต ตับ น้ำดี กระเพาะ เขา กระดูกสันหลัง กระดูกข้อเท้า ทุกส่วนสามารถเป็นยาได้ แนวคิด “ทุกส่วนของร่างกายล้วนเป็นยา” นี้ เป็นลักษณะสำคัญของระบบจำแนกประเภทใน 《ตำราเภสัชกรรมแผนโบราณ เจ้าคุณหลี่ซือเจิน》
ผลิตภัณฑ์จากเลือดเนื้อ (เลือดเนื้อมีชีวิต)
อาเจียว เขากวางอ่อน เนื้อแกะ ฮวงหมิงเจียว ฯลฯ ถูกมองว่าเป็น “ผลิตภัณฑ์จากเลือดเนื้อ” ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าสามารถเติมเต็มเลือดและน้ำเลี้ยง เสริมหยางและพลัง ช่วยบำรุงร่างกายได้ดีกว่ายาสมุนไพรทั่วไป นิยมใช้สำหรับผู้ที่อ่อนเพลีย เลือดน้ำเลี้ยงไม่เพียงพอ ร่างกายพร่ำโทรมหลังคลอด เป็นต้น
การเปิดช่องทางด้วยกลิ่นหอมและดับพิษด้วยความเย็น
นิ่ววัวเหลือง ชะมดเชิด น้ำดีหมี เขาแรด ฯลฯ ถูกเชื่อว่ามีฤทธิ์เปิดช่องทาง ดับร้อน ขจัดพิษ มักใช้ในภาวะฉุกเฉิน หมดสติ ลมชัก ฝีหนอง สะท้อนหลักการ “กลิ่นหอมนำพา”“รสขมเย็นลดความร้อน”
ประสบการณ์บางส่วนอาจแฝงความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์
เช่น ตับหมู ตับแกะ อุดมไปด้วยวิตามินเอ การใช้ในสมัยโบราณรักษา “ตาฟาง” “ตาบอดกลางคืน” สอดคล้องกับโรคตาที่เกิดจากการขาดสารอาหาร; อาเจียวมีคอลลาเจนและกรดอะมิโนหลายชนิด ปัจจุบันใช้สนับสนุนโภชนาการและการบำรุงเรื้อรัง; นมวัวบำรุง เนื้อแกะอุ่น ก็สอดคล้องกับหลักโภชนาการในบางแง่มุม
เนื้อหาส่วนใหญ่ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่
มูลสัตว์ เช่น ขี้วัว ปัสสาวะม้า ขี้แกะ ขี้หนู ขี้ลิง เป็นต้น ไม่มีประสิทธิผลทางการแพทย์และประเด็นด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน และมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค ควรละทิ้งในยุคปัจจุบัน
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและจริยธรรม
ตัวอย่าง “ทารกตายค้างในครรภ์” “ปวดท้องแท้ง” ในตำราใช้ยามาจากสัตว์เพื่อเร่งคลอดหรือทำให้แท้ง ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่ต้องพบแพทย์; เสือ แรด ช้าง หมี ละมั่ง ฯลฯ เป็นสัตว์หายากที่ได้รับการคุ้มครอง ห้ามนำมาใช้เป็นยา; การนำอวัยวะภายในหรือสิ่งขับถ่ายของสัตว์มาปรุงเอง อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือเป็นพิษ
บางคำกล่าวเกินจริง
เช่น การใช้คำว่า “หายทันที” “เห็นผลชัด” “กินไม่เกินสามครั้งก็หาย” เป็นคำกล่าวจากประสบการณ์โบราณไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ชัดเจน ไม่ควรตีความตามตัวอักษร
เนื้อหานี้อ้างอิงจากตำราแพทย์แผนโบราณของจีน มีไว้เพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิมเท่านั้น มิได้เป็นคำวินิจฉัยทางการแพทย์ คำแนะนำเรื่องการใช้ยาหรือการรักษาใด ๆ หากรู้สึกไม่สบายโปรดปรึกษาแพทย์ทันที