กำลังโหลด...
บทที่ 9 จาก 27
金匮要略
บทนี้ว่าด้วย ลมปอดฝ่อ ฝีในปอด และ ไอสำลักลมขึ้น ซึ่งเป็นโรคของระบบปอดสามประเภท โดยกล่าวถึงลักษณะชีพจร อาการ และวิธีการรักษา เป็นบทสำคัญในคัมภีร์จินกุ้ยเย่าลวี่ยฺเวี่ย ว่าด้วยการวินิจฉัยและรักษาโรคปอด
มีผู้ถามว่า “พิษร้อนค้างอยู่ที่จั่งจียว (เหนือกระบังลมขึ้นไป ที่หัวใจและปอดอาศัยอยู่) ทำให้เกิดการไอจนกลายเป็นลมปอดฝ่อ โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?” อาจารย์ตอบว่า “บางรายเกิดจากเหงื่อออกมากเกินไป บางรายเกิดจากการอาเจียนบ่อยครั้ง บางรายเกิดจากโรคกระหายน้ำ (ภาวะดื่มน้ำมาก ปัสสาวะมาก) ทำให้ปัสสาวะบ่อยจนของเหลวในร่างกายสูญเสีย บางรายเกิดจากท้องผูกซึ่งร่างกายขาดน้ำมันอยู่แล้ว ยังถูกยาระบายที่จัดจ้านระบายอีก ทำให้สูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงร่างกายอย่างรุนแรง จึงเป็นลมปอดฝ่อ”
ถามว่า “ชีพจร寸口 (ชีพจรที่ข้อมือด้านหัวแม่มือ) นับได้ถี่ ผู้ป่วยไอ ปากกลับมีเสลดและน้ำลายขุ่น เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?” อาจารย์ตอบว่า “นี่คือลมปอดฝ่อ หากปากแห้งมากอย่างรุนแรง ไอแล้วในอกมีอาการปวดซ่อนอยู่ ชีพจรกลับมีลักษณะลื่นและถี่ แสดงว่าเป็นฝีในปอด จะไอเป็นหนองและเลือด ชีพจรถี่แต่ลึก คือลมปอดฝ่อ ชีพจรถี่แต่แข็ง คือฝีในปอด”
จุดแยกที่สำคัญ: ลมปอดฝ่อจัดเป็นภาวะพร่อง น้ำหล่อเลี้ยงร่างกายเหือดแห้ง ส่วนฝีในปอดจัดเป็นภาวะเกิน พิษร้อนอุดตันกลายเป็นหนอง แม้ทั้งสองจะมีอาการไอและชีพจรถี่เหมือนกัน แต่ภาวะพร่องและเกินแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ถามว่า “ผู้ป่วยไอมีลมหายใจย้อนขึ้น เมื่อตรวจชีพจร จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นฝีในปอด? ควรมีหนองและเลือดหรือไม่? ถ้าออกมาจะตายหรือ? ชีพจรแบบนี้จัดอยู่ในกลุ่มใด?”
อาจารย์ตอบว่า “ชีพจร寸口ละเอียดและถี่ ละเอียดคือลมพิษ ถี่คือพิษร้อน ชีพจรละเอียดทำให้เหงื่อออกง่าย ชีพจรถี่ทำให้หนาวสั่น ลมพิษทำลายพลังงานป้องกันร่าง外在 พลังหายใจออกไม่ลงสู่ภายใน พิษร้อนทำลายพลังงานหล่อเลี้ยงในเส้นเลือด พลังหายใจเข้าไม่ออกสู่ภายนอก ลมพิษทำลายผิวหนังและขน พิษร้อนทำลายเส้นเลือดและพลังเลือด ลมพิษค้างที่ปอด ทำให้ไอ ปากแห้ง หายใจหอบ อกแน่น ลำคอแห้งแต่ไม่กระหายน้ำ หอบเสลดขุ่นเป็นระยะ หนาวสั่นเป็นพัก ๆ เมื่อพิษร้อนผ่านถึงที่ใด เลือดจะแข็งตัว จับตัวกลายเป็นหนอง ไอออกมาเหมือนข้าวต้ม ในระยะเริ่มแรกพอจะรักษาได้ พอหนองสุกแล้วจะพยากรณ์โรคได้ไม่ดี”
ลมขึ้น (ลมหายใจย้อนขึ้นทำให้หอบ) ใบหน้าบวม การหายใจใช้บ่า (ยกบ่าหายใจ เป็นอาการหายใจลำบาก) ชีพจรลอยและใหญ่แต่ไร้ราก รักษายาก หากมีอาการท้องเสียร่วมด้วย อาการจะร้ายแรงยิ่งขึ้น
ลมขึ้น หอบและกระสับกระส่าย จัดเป็นปอดบวม กำลังจะพัฒนาไปเป็นลมน้ำ (โรคบวมน้ำชนิดหนึ่ง) ใช้วิธีการขับเหงื่อรักษาให้หายได้
ลมปอดฝ่อมีเสลดน้ำลายแต่ไม่ไอ ผู้ป่วยไม่กระหายน้ำ ต้องมีปัสสาวะราด ปัสสาวะบ่อย เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะจั่งจียวเย็นและพร่อง ไม่สามารถควบคุมจ่างจียวส่วนล่าง นี่คือปอดเย็น ต้องมีอาการวิงเวียนศีรษะตามัว น้ำลายมาก ใช้ยาตังกานเฉียงกั่ง (甘草干姜汤) เพื่ออุ่นปอด หากกินยาแล้วกลับกระหายน้ำ จัดเป็นโรคกระหายน้ำ
เนื้อหาตำรับยาต่อไปนี้มีไว้เพื่อการศึกษาหลักการและเหตุผลทางการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช้เป็นคำแนะนำในการใช้ยาแต่อย่างใด แนวคิดการจ่ายยาของคนโบราณสะท้อนแนวคิดการวินิจฉัยและรักษาตามธาตุตามอาการในยุคนั้น ในปัจจุบันการแพทย์แผนปัจจุบันไม่นิยมใช้ตำรับเดิมตามปริมาณเดิม
ส่วนประกอบ: ตังกาน (甘草คั่ว) สี่ เหลี่ยง, แห้วขิง (干姜คั่ว) สอง เหลี่ยง
หลักการ: ใช้วิธีสิบสองประกบแบบซินกานฮว่าเอี๊ยะ เพิ่มพลังหยางในปอด แห้วขิงอุ่นกลางกระจายความเย็น ตังกานบำรุงกลางเสริมพลัง สองอย่างรวมกันอุ่นแต่ไม่ระคายเคือง เหมาะกับภาวะพลังหยางจั่งจียวอ่อนแรง ปอดเย็นพร่อง คนโบราณเชื่อว่าตำรับนี้สามารถฟื้นฟูการควบคุมจัดการของปอด ทำให้ของเหลวในร่างกายกระจายตัวได้ ไม่ไหลขึ้นเป็นน้ำลายหรือไหลลงเป็นปัสสาวะราด
ส่วนประกอบ: เซียะเก้ง (射干), หมาหง (麻黄), แห้วขิง (生姜), เซ่เซียน (细辛), จื๋อหว่าน (紫菀), ก๋วนตงฮวา (款冬花), ง่อเหว่ยจื๋อ (五味子), เต่า (大枣), เบี้ยนฮ่า (半夏)
หลักการ: 針對 “เสียงกบในลำคอ” (เสียงเสลดในลำคอดังกบร้อง) ซึ่งเกิดจากความเย็นอุดกั้นปอดและพลังปอดไม่คล่องตัว หมาหงกระจายปอดขับความเย็น เซียะเก้งละลายเสลด ทำให้คอโล่ง เซ่เซียน เบี้ยนฮ่า แห้วขิง อุ่นละลายเสลดเย็น จื๋อหว่าน ก๋วนตงฮวา บรรเทาอาการไอ ลดลมขึ้น ง่อเหว่ยจื๋อ ดึงพลังปอดไม่ให้กระจายมากเกินไป เต่า ปกป้องม้ามและกระเพาะ ตำรับนี้สะท้อนแนวคิด “ผู้ป่วยเสลดควรใช้ยาอุ่นๆ ในการเยียวยา”
ส่วนประกอบ: โจ้วเจี่ย (皂荚) (คั่วกับน้ำมัน), ทำเป็นยาลูกกลอนกับน้ำผึ้ง ใช้ยาต้มอินทผลัมส่ง
หลักการ: สำหรับภาวะเสลดเหนียวแน่นอุดกั้นปอด ไอไม่หยุด “ต้องนั่งตลอด นอนไม่หลับ” โจ้วเจี่ย รสเผ็ดเค็ม สามารถเปิดทางอุดตัน ชะล้างเสลด เปิดทางเดินลมหายใจ แต่ฤทธิ์ยารุนแรง จึงทำเป็นยาลูกกลอนเพื่อบรรเทาฤทธิ์ และใช้ยาต้มอินทผลัมเพื่อปกป้องกระเพาะ คนโบราณเชื่อว่า “เสลดออกไป ลมปราณก็โล่ง” เป็นยาจัดสำหรับรักษาตามอาการ ไม่ใช่ยาที่ใช้ประจำยาวนาน
ส่วนประกอบ: โฮ่เผก (厚朴), หมาหง (麻黄), ซื่อเกา (石膏), เฮี่ยงเหยิน (杏仁), เบี้ยนฮ่า (半夏), แห้วขิง (干姜), เซ่เซียน (细辛), เซี่ยวเม่ย (小麦), ง่อเหว่ยจื๋อ (五味子)
หลักการ: สำหรับ “ไอและชีพจรลอย” มีกลไกคือภายนอกมีหวัด ภายในมีเสลดและความร้อน หมาหงกระจายปอดออกสู่ภายนอก โฮ่เผก เฮี่ยงเหยิน ลดลมระงับหอบ แห้วขิง เซ่เซียน เบี้ยนฮ่า อุ่นละลายเสลดเย็น ซื่อเกา ไล่ความร้อนอุดตัน เซี่ยวเม่ย บำรุงหัวใจ ปกป้องพลัง ง่อเหว่ยจื๋อ ดึงพลังปอด ตำรับนี้ผสมผสานทั้งเย็นและอุ่น กระจายและลดพร้อมกัน สะท้อนการรักษาตามเส้นลมปราณซับซ้อน
ส่วนประกอบ: เบี้ยนฮ่า (半夏), จื๋อแช (紫參) (หรือ จื๋อหว่าน 紫菀), เต่อจี๊ก (澤漆), แห้วขิง (生姜), เปี๊ยกเฉียน (白前), ตังกาน (甘草), หวงฉิน (黄芩), เยี๊ยะเซียม (人参), กุ้ยจี (桂枝)
หลักการ: สำหรับ “ชีพจรจม” แสดงว่าโรคอยู่ภายใน มีน้ำคั่งในร่างกาย เต่อจี๊ก (又称ตาแมว草) ขับน้ำละลายเสลดเป็นยาเอก เปี๊ยกเฉียน ลดลมหยุดไอ จื๋อแช ไล่ความร้อนกระจายก้อน เฮียงจิน ไล่ความร้อนที่ปอด เซี่ยฮ่า แห้วขิง ละลายเสลดลดลม กุ้ยจี อุ่นเสริมพลังหยางให้ลมปราณไหลเวียน เยี๊ยะเซียม ตังกาน ประคองพลัง ตำรับนี้สะท้อนวิธี “เสริมพลัง ขับพิษ โจมตีและบำรุงควบคู่กัน”
ส่วนประกอบ: เบ่กก๋วงตังกั่ง (麦门冬) เจ็ด เชิง, เบี้ยนฮ่า (半夏) หนึ่ง เชิง, เยี๊ยะเซียม (人参), ตังกาน (甘草), เกงมี่ (粳米), เต่า (大枣)
หลักการ: สำหรับ ““ไฟย้อนขึ้น ทำให้เจ็บคอ ไม่สบายคอ”” กลไกคือพลังหยินปอดและกระเพาะถูกทำลาย ไฟพร่องโหมขึ้น ตำรับนี้ใช้เบ่กก๋วงตังกั่งปริมาณมากเพื่อหล่อเลี้ยงปอดและกระเพาะ บำรุงพลังหยินไล่ความร้อนเป็นยาเอก รวมกับเยี๊ยะเซียม ตังกาน เกงมี่ เต่า หวานชุ่มบำรุงกลาง เบี้ยนฮ่าปริมาณน้อยเพื่อลดลมละลายเสลดโดยไม่แห้งแตก นี่คือตัวแทนตำรับของวิธี “ถมดินให้โลหะเกิด (เป่ยถู่เฉินจิน)” สะท้อนหลักการจินกุ้ย “พร่องต้องบำรุงแม่ของธาตุ”
ส่วนประกอบ: เท่งลี่จื๋อ (葶藶子) (คั่วเหลือง บดเป็นลูกกลอน), เต่า (大枣) สิบสอง ผล
หลักการ: สำหรับ ““ฝีในปอด หอบจนนอนไม่ลง”” ภาวะน้ำเสลดอุดตันปอดเกินจริง เท่งลี่จื๋อ รสขมเย็น ระบายน้ำเสลดความร้อนในปอด ฤทธิ์รุนแรง; เต่า ปกป้องม้ามกระเพาะ บรรเทาฤทธิ์ยา ตำรับนี้มุ่ง “รักษาตามอาการในระยะฉุกเฉิน” โดยระบายน้ำในปอดเพื่อฟื้นฟูพลังปอดให้降ลง ในปัจจุบันต้องเข้าใจว่า ตำรับกลุ่มโจมตีระบายเช่นนี้ในสมัยโบราณก็ไม่ได้ใช้เป็นประจำหรือใช้เป็นเวลานาน
ส่วนประกอบ: เจี๊ยะเก้ง (桔梗) หนึ่ง เหลี่ยง, ตังกาน (甘草) สอง เหลี่ยง
หลักการ: เป็นตำรับตัวแทนของการรักษาฝีในปอดระยะ “หนองสุก” เจี๊ยะเก้ง รสเผ็ด เปิดและทำให้ไหลลง ระบายหนอง ทำให้ลำคอโล่ง พายาให้พลังขึ้นไปด้านบน; ตังกานดิบ ไล่ความร้อนขับพิษ สองอย่างผสมกัน ช่วยขับหนองออกมา ด้านท้ายตำรับระบุว่า "“แบ่งกินครั้ง อุ่น ครั้ง จะทำให้อาเจียนเป็นหนองเลือด”" แสดงให้เห็นว่าคนโบราณถือว่าการช่วยให้หนองออกมาเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา ตำรับนี้เป็นต้นตำรับของเซี่ยโหงวตั้ง (排膿散) และ เซี่ยโหงวทัง (排膿湯) ในยุคหลัง
ส่วนประกอบ: หมาหง (麻黄), ซื่อเกา (石膏), แห้วขิง (生姜), เต่า (大枣), ตังกาน (甘草), เซี่ยฮ่า (半夏)
หลักการ: สำหรับปอดบวมระยะหนัก “ตาดุจะหลุด” (ลูกตายื่นเหมือนจะหลุด เป็นการพรรณนาอาการหอบสุดขีด) ตำรับเยวี่ยผีแต่เดิมเป็นตำรับไล่ความร้อนและกระจายน้ำ เพิ่มเซี่ยฮ่าเพื่อละลายเสลดลดลม ซื่อเกา ไล่ความร้อนในปอด หมาหง กระจายปอด หนึ่งเย็นหนึ่งอุ่นคานกัน ให้ผลกระจายปอด ไล่ความร้อน กระจายน้ำ หยุดหอบ ในการพรรณนา ""ตาดุจะหลุด"" สื่อถึงน้ำคั่งมาก ความดันลูกตาสูง คนโบราณใช้วิธีขับเหงื่อเพื่อให้น้ำออกจากร่างผ่านทางผิว
ส่วนประกอบ: หมาหง (麻黄), เซียวเก้ง (芍藥), กุ้ยจี (桂枝), เซ่เซียน (細辛), ตังกาน (甘草), แห้วขิง (乾薑), ง่อเหว่ยจื๋อ (五味子), เบี้ยนฮ่า (半夏), ซื่อเกา (石膏)
หลักการ: สำหรับปอดบวมที่มี ““น้ำใต้หัวใจ”” กลไกคือภายนอกเย็น ภายในเสลดและมีความร้อนแฝง เสี่ยวเชียงล้งตั๋งกระจายหวัดละลายเสลด ขับความเย็นและเสลดที่ผิว เพิ่มซื่อเกาเพื่อไล่ความร้อนและคลายกระสับกระส่าย ตำรับนี้กับตำรับโฮ่เผกหมาหง ต่างใช้ทั้งเย็นและอุ่นแทรกแซง แต่เสี่ยวเชียงล้งตี๊แซกู เน้นกระจายผิวละลายเสลด ส่วนโฮ่เผกหมาหงเน้นลดลมระงับหอบ
รักษาลมปอดฝ่อ มีน้ำลายมาก รู้สึกอุ่นๆ ในใจ ระงมไปหมด ตำรับนี้ใช้จี๊ตังกานเป็นยาเอก รวมกับเยี๊ยะเซียม เตี่หวง อาเจียว แม้กก๋วง หมาเหยิน กุ้ยจี แห้วขิง เต่า
บำรุงพลัง บำรุงเลือด บำรุงหยิน ฟื้นฟูชีพจร
เหมาะกับลมปอดฝ่อภาวะทั้งพลังและเลือดพร่อง หัวใจและเส้นชีพจรขาดการหล่อเลี้ยง คนโบราณใช้ตำรับนี้ปรับบำรุง
ใช้ตังกานเพียงอย่างเดียว เป็นยาเรียก \“หนึ่ง เช้า ยาต้มดื่มยามว่าง […] ร้อนๆ” รักษาลมปอดฝ่อในระยะไม่รุนแรง ใช้ความหมาย
หวานชุ่มบำรุงกลาง บรรเทาความเร่งด่วน
รักษาลมปอดฝ่อ ไอมีน้ำลายเสลดไม่หยุด ลำคอแห้งและกระหาย ใช้เซิงเจี๊ยบ เยี๊ยะเซียม ตังกาน เต่า
อุ่นกลาง เสริมพลัง ละลายเสลด สร้างน้ำหล่อเลี้ยง
เหมาะกับลมปอดฝ่อที่มีกลางฝ่อ ไม่กระจายน้ำหล่อเลี้ยง
รักษาลมปอดฝ่อ มีเสลดน้ำลาย นำกุ้ยจีกั่ง ตัดเซียวเก้งซึ่งมีรสเปรี้ยวดึง ใส่โจ้วเจี่ย รสเผ็ดอุ่น
ชะล้างเสลด
คนโบราณเชื่อว่าลมปอดฝ่อเน้นที่ภาวะพร่องเป็นหลัก แต่หากเสลดน้ำลายแน่นหนอง การเปิดทางออกก็จำเป็น จึงตัดเซียวเก้งที่ดึงเข้าไว้ เพิ่มโจ้วเจี่ยเพื่อเปิด
รักษาฝีในปอดระยะหนองสุกเกินจริง ส่วนประกอบคือ
เจี๊ยะเก้ง (桔梗) เบ้กมู่ (貝母) ปากโต้ว (巴豆)
ปากโต้วเป็นยาขับถ่ายจัดจ้านที่ร้อนและรุนแรง เจี๊ยะเก้งระบายหนอง เบ้กมู่ ละลายเสลดกระจายปม ตำรับนี้เป็นยาขับถ่ายจัด เมื่อกินแล้วอาจอาเจียนหรือท้องเสีย ทำให้พิษหนองออกทั้งบนและล่าง ด้านท้ายระบุ "“"หากถ่ายมากเกินไปไม่หยุด ดื่มน้ำเย็นหนึ่งถ้วยจะหยุด"”" แสดงให้เห็นว่าคนโบราณตระหนักถึงฤทธิ์รุนแรงของปากโต้วและกำหนดมาตรการรับมือเอาไว้แล้ว
รักษาฝีในปอด ““ไอมีไข้เล็กน้อย ซึมๆ อึดอัดแน่นหน้าอก หนังหน้าอกหยาบเหมือนเกล็ดปลา”” ส่วนประกอบ:
อุ่ยเก้ง (葦莖) ฮุ่ยยี่เหยิน (薏苡仁) เถ่าเหยิน (桃仁) กวางจื๋อ (瓜瓣) (一般认为即冬瓜子)
ตำรับนี้ไล่ความร้อนละลายเสลด ขับเลือดช้ำ ระบายหนอง เป็นตำรับคลาสสิกรักษาฝีในปอด อุ่ยเก้งไล่ความร้อนปอด ฮุ่ยยี่เหยิน ไล่ชื้นถ่ายหนอง เถ่าเหยิน ขับเลือดช้ำ กวางจื๋อ ทำให้ชุ่มปอดละลายเสลด \“”หนังอกเหมือนเกล็ดปลา“\”” หมายถึงผิวหนังบริเวณอกหยาบกร้านเหมือนเกล็ดปลา คนโบราณเชื่อว่าเป็นสัญญาณภายนอกของเลือดช้ำภายใน
รักษาฝีในปอด อึดอัดแน่นหน้าอก หน้าบวมตา ตัวบวม คัดจมูกมีน้ำมูก ฟังกลิ่นไม่รู้เรื่อง ไอสำลักลมขึ้น หอบมีเสียงดัง อึดอัดแน่น ข้อนี้เสริมขอบเขตการใช้ของตำรับเทงลี่เต่าเซี่ยเฟ่ยกั่ง และระบุวิธีการกินว่า: ใช้**เสี่ยวเชียงล้งตัวเซี่ยฟ่าน* * ขับความเย็นจากผิวบาง ๆ ก่อน จึงใช้ตำรับนี้ระบายน้ำภายใน แสดงเยี่ยวิธีการตั้งแต่ผิวสู่ภายใน
1. การแยก “พร่องและเกิน” ระหว่างลมปอดฝ่อและฝีในปอดเป็นกรอบใหญ่
บทเริ่มต้นสร้างกรอบกลางคือลมปอดฝ่อเป็นพร่อง ฝีในปอดเป็นเกิน (หรือพร่องเกินปนกัน) ลมปอดฝ่อเกิดจาก“เสียของเหลวร้ายแรง” สาระสำคัญคือพินอินปอดแห้งเหือด ปอดฝ่อเป็นใบไม้แห้ง ชีพจรจึงถี่แต่ลึก น้ำมันไม่หล่อเลี้ยงก็ฝ่อ ฝีในปอดเกิดจาก“ลมร้อนอุดปอด เลือดแข็งตัวกลายเป็นหนอง” คือพิษร้อนและเลือดหยุดรวมกันเปื่อยกลายเป็นหนอง ชีพจรจึงถี่แต่แข็ง (หรือลื่นถี่) การแบ่งพร่องเกินนี้เองที่กำหนดแนวการรักษาโดยตรง: พร่องอุ่น เลี้ยง หล่อเลี้ยง ทาบำรุง เกินโจมตี ขับ ระบายหนอง
2. การ์รักษา ‘ได้’ และ ‘ไม่ได้’ ของลมขึ้นขึ้นอยู่กับความอยู่รอดของพลังเที่ยงตรงอยู่ดี
“”ลมขึ้น หน้าบวมบวม หายใจใช้บ่า หอบแปล ชีพจรรพลอย และเส้นใหญ่แต่”หยั่งไม่ติด” ไม่รักษา“” ชีพจรลอยใหญ่แลดูแข็งแรง แต่เมื่อขับลึกกลับไร้ราก แปลว่าหยางจริงลอยออกสู่ภายนอก ไตไม่สามารถดึงลมหายใจได้ เป็นสัญญาณอวสาน ส่วนในเส้นที่กล่าวว่า “ลมปอดขึ้น แม้หอบยิ่งไซ้ตลอดเวลา แต่สามารถ”ขับเหงื่อพลางกระจายนำ้ให้หาย “ยังมีจังหวะที่พลังตรงจะต่อสู้ได้ จึงช่วยได้ คนโบราณพยากรณ์โรคโดยดูว่า “ในการต่อสู้ระหว่างพิษกับพลังตรง พลังตรงยังพอจะทานไหวไหม”
3. แนวคิดใหม่เรื่อง “ปอดเย็น”
ลมปอดฝ่อจึงไม่จำเป็นต้องขาดน้ำและร้อนเสมอไป บทนี้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่า“ปอดเย็น” เป็นภาวะหนึ่ง: เกิดจากพลังหยางส่วนบนอ่อน ไม่สามารถควบคุมส่วนล่าง มีอาการ ไม่กระหาย ปัสสาวะราด ปัสสาวะบ่อย น้ำลายมาก วิธีรักษามิใช่บำรุงหยินแก้แห้ง แต่คืออุ่นปอดฟื้นพลังหยาง นี่แสดงหัวใจของการวินิจฉัยและรักษาตามธาตุจริงๆ คือ วิเคราะห์แยกโรคแล้วควบคุมต่างกรรมต่างวาระ—การรักษาที่แตกต่างถึงแม้โรคเดียวกัน ก็เปลี่ยนไปตามเงื่อนไข
4. แนวคิดการรักษาฝีในปอดเป็นระยะ
การกล่าวถึงฝีในปอดในบทนี้โดยปริยายบรรจุเส้นเวลาในการวิวัฒนาการของโรค ลมร้อนเพิ่งมาโดนผิวหนังแม็ก ๆ แรกเริ่มรุกราน(细小微数,恶寒汗出) → พิษเข้ากรุงปอด (ไอ ปากแห้ง คอแห้ง) → พิษร้อนทำลายเส้นเลือด เลือดจับตัวก่อเป็นหนอง(หนาวสั่น ชีพจรถี่ น้ำลายตกเลี่ยนตัวกลิ่นเหม็น) → หนองสุก ([ก) 、เสลด/*คายออกมาเหมือนข้าวต้ม](vomit like congee / xian as gruel). ขั้นตอนนี้บ่งว่า“โตในเริ่มต้นจะกู้ได้ พอหนองก่ จะชีวิตไม่ปลอดภัย”
5. หลักสำคัญในการรักษาปอด: กระจายตัว ระบายลงรับกัน พอเหมาะ ไม่เกิน ไม่แท้
หากมองภาพรวมตำรับยาตลอดทั้งบท การรักษาปอดเกี่ยวข้องโดยรอบคอบกับตัวอักษห“กระจาย” และ“ระบายลง” [เสมอดัง] หม่าหวง เซียวยี่ ฝินเซีย ฉู่ซิน ขับดัน ผิงซาน แชง; 〔ขิง〕ไทยๆ...ซิ่งคนเห็น ไข่คว้างพร้อม,กวาวหรือ-บ้า, น้ำขิงการป้าบๆจรัส.โครกาดำ; “[ดึง,มะเดือ…]”: แตะม่วงเกี๊ยะ แต่กระจายเกินขีด สซีเกา เสียห้อง ไล่ ความ); 〕 หว่างเฉิน~ ไล่();〕〕〕〕เสลด〕. ขิง); [ขม]》,เข้าถึง—》,》、ขิง— ตังกวน หบริาว— ขมิ้น— 〕〕〕มัน~~〕。 บำรุงจ๋าว ไม่ทำลาย ได้;(ดึง)โลก ก็ข้น /คายา]。
ไม่เกินกำลัง ไม่ทำให้เสียกำลัง บำรุง (หา.. –) เชิง ก็สุด; ไฟปิด]ขุนเขา );
หมดจุด จัดก็มีข้อจำกัดเสมอ: แม้ธาตุยันอ่านได้แต่ตามทางโบราณ,
1. การเทียบเคียงกับโรคระบบหายใจสมัยใหม่ได้
ลมปอดฝ่อดังกล่าว ในแง่บางอย่างสามารถเทียบกับพังผืดในปอด…… ไม่ทราบ]][โรคปอดนเรื้อรัง : เช่น หายใจลำบาก ไอเรื้อรัง ร่างกายพรุดโทรม ขาดน้ำหล่อเลี้ยง เมื่อคนโบราณพูดว่า เหตุ “การเสียของเหลว” ไม่ว่าจะ จากเหงื่อ / อาเจียน; ถ่าย, กระหายน้ำ — สอดคล้องกับแนวคิดที่ทันสมัยบางประการของ ภาวะขาดน้ำเรื้อรัง, โภชนาการต่ำ, ภาวะภูมิคุ้มกันทั่วไป. แต่ยุคโบราณ ไม่มีรู้จัก เปลี่ยนแปลงพยาธิวิทยาเนื้อเยื่อปอดอ์โดยตรง — ที่เรียกว่า“ใบปอดฝ่อ” คือสรุปเชิงทฤษฎีในการวินิจฉัยแทนการตรวจ เนื้อเยื่อ
2. “ฝีในปอด” คล้ายหรือ “ฝีหนองในปอด” สมัยใหม่
[p] คำ: ไอ, เจ็บอก สะท้านหนาว ซากเสลดเป็นหนอง— เกิดเป็น เม็ดโลหิต ไม่แฉลบ; คล้ายกับกระจกสะท้อนของ——ฝีในปอดชนิดแบคทีเรีย, โรคหลอดลมไม่ขยาย ติดเชื้อ ; และหน้าอก ...... …….–ลง]. น้ำเสีย“๑เหมือนข้าวต้ม” เป็นคำจำแนกแล้ว ก่อนจะการถ่ายภาพรังสีและ จุลชีพรวม -* และรู้ ได้อย่างไร “ในปอด มี มันหนอง” เพียง อาการและสิ่งชีพจรนี้—- 】 บด … ทุ่ม - ) “” ความช่างสังเกตของแพทย์ยุคนั้น。- *_เซียกง}}}]→]
ตำรับอย่างเช้า :
• (桔 ขิง *, aster – ย่อ;) เซียง-ข้าง: กุย –/]ความ –ใ บ —)——เหล่า สลัดย่างเส้น *
]。
เช่า :()。
เปล-]]-](สาม.
) อภาพ ต,** หย่า อพ), ซ์ –ไ)�.,
*”。
【】’’ หมายความ –〔)——— ลด—(“→ ความเมื่อ –)]. จึงบอกได้ การเน้น.
ในปลบ “ อ ค … เข้า ใน ) เพื่อ– ]] ๆ /*)]. โอ ,
: เมื่อข้าหลวงฟ้า ]; = [2] ไม่เ;; ป 3ก.ร.
สๆ-**แต่ -ใน–ช่อง เดียวม…ๆ «เส ‘=(ว~~สอง-พ”?–“& “…...
4—จากในเค.
''' – ...บ;…
*./
以下为一般性生活调摄原则,不针对任何疾病:
本内容基于中医经典古籍,仅供传统文化学习与研读,不构成任何医疗诊断、用药或治疗建议;如有不适请及时就医。