กำลังโหลด...
บทที่ 24 จาก 27
金匮要略
สาระสำคัญของบทนี้: กล่าวเฉพาะโรคสตรีพิเศษ โดยมีหลักใหญ่คือ "พร่อง(虛) สะสมความเย็น(積冷) อารมณ์ขัดข้อง(結氣)" ครอบคลุมถึงความร้อนเข้ารก(熱入血室) โรคมดลูกแปรปรวน(臟躁) เมล็ดบ๊วยติดคอ(梅核氣) ประจำเดือนผิดปกติ ระดูขาวผิดปกติ ปวดท้อง มดลูกพลิก(轉胞) โรคในช่องคลอด เป็นต้น รวมทั้งหมดมีตำรับยาสมัยก่อน 16 ตำรับ ต่อไปนี้จะแปลความหมายตามลำดับต้นฉบับและให้ความหมายสมัยใหม่ประกอบ
๑. สตรีเป็นลมภายนอก(中风) เ� درد เ� درد เ� درد เ� درد เ� درد เื้อืน เื้อืน เื้อื น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื้น เื้อื น เื้อื้น (ข้อความต้นฉบับซ้ำกันดูเหมือนข้อมูลเสียหาย ขอละไว้ในการแปล เนื่องจากไม่มีความหมายชัดเจน — หมายเหตุผู้แปล)
๒. (จากต้นฉบับเป็นเนื้อหาซ้ำ ขอละไว้ เนื่องจากไม่สามารถแปลอย่างถูกต้องได้)
๓.
๔.
๕. สตรีรู้สึกเหมือนมีชิ้นเนื้อปิ้งติดอยู่ที่ลำคอ ทำให้ขยอกไม่ออก กลืนไม่ลง มีอาการแน่นหน้าอก จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ สมัยก่อนใช้ยาต้มแปะก๊วยโฮ่วผู (半夏厚朴湯) เพื่อปรับลม ละลายเสมหะ ลดอาการคลื่นไส้ย้อนกลับและสลายก้อน องค์ประกอบดั้งเดิม ได้แก่ แปะก๊วย(半夏) โฮ่วผู๋(厚朴) หูกวาง(茯苓) ขิงสด(生薑) ใบโหระพาแห้ง(乾蘇葉) วิธีใช้โบราณ กิ น กลางวันสามครั้ง กลางคืนหนึ่งครั้ง (ข้อมูลนี้เป็นเพียงบันทึกในตำราโบราณ สำหรับศึกษาหลักการเท่านั้น)
๖. สตรีเป็นโรคซางเซ่า(อารมณ์แปรปรวน หดหู่ ร้องไห้กระวนกระวาย) มักเศร้าเสียใจโดยไม่มีสาเหตุ อยากจะร้องไห้ เหมือนมีผีสิง หาวบ่อย ยืดเส้นยืดสาย สมัยก่อนใช้ยาต้มก้านเสี่ยวต้าเช่อ(甘麥大棗湯) ซึ่งมีรสหวานช่วยบำรุงหัวใจและม้าม องค์ประกอบดั้งเดิม ได้แก่ ชะเอม(甘草) ข้าวสาลี(小麥) พุทราจีน(大枣) เชื่อว่ามีสรรพคุณบำรุงม้าม มิใช่ผีสางทำให้ แต่เป็นความผิดปกติของอารมณ์นั่นเอง
๗. สตรีมีอาการน้ำลายฟูมปาก แต่แพทย์กลับใช้วิธีระบาย ทำให้เกิดอาการแน่นแน่นท้อง(心下痞滿—จุกแน่นใต้ลิ้นปี่) การรักษาควรแก้อาการน้ำลายฟูมปากก่อน โดยใช้เสี่ยวชิงหลงทัง(小青龍湯);เมื่อน้ำลายหยุดแล้ว จึงค่อยรักษาอาการแน่นท้อง ด้วยเซี่ยซินทัง(瀉心湯) สะท้อนให้เห็นลำดับการรักษาแบบ "รักษาโรคเฉียบพลันใหม่ก่อน แล้วจึงแก้อาการแทรกซ้อนจากการรักษาผิดพลาด"
๘. สตรีป่วย มักเกิดจากสาเหตุใหญ่ ๓ ประการ คือ "พร่อง(ภาวะหยินหยางเลือดลมไม่เพียงพอ)" "สะสมความเย็น(พลังงานเย็นคั่งค้างนาน)" "อารมณ์ขัดข้อง(ชี่จลกดทับ)" ทำให้ประจำเดือนขาดหาย นานเข้ารกมีความเย็นเลือดข้นคั่งอยู่ที่ปากมดลูก(胞門/子宫口) พลังเย็นทำลายเส้นลมปราณ
โบราณเรียกรวมว่า "ไต่เซี่ย(帶下)"(หมายถึงโรคในเชิงบริบทของสตรีอย่างกว้าง ๆ รวมถึงระดูและระดูขาวผิดปกติ) และระบุชัดเจนว่าไม่ใช่ผีสางทำ นานวันจะ ซูบผอม ชีพจรอ่อน มีอาการหนาวเย็น โบราณเรียกว่า "ซานซือหลิ่วปิ่ง(三十六病)" อาการแปรเปลี่ยนไปมามากมาย ต้องพิจารณาชีพจรดูหยินหยาง ว่างหรือแข็ง ตึงหรืออ่อน แล้วจึงใช้เข็มและยาแก้ไข พลิกฟื้นจากวิกฤตให้ปลอดภัย แม้มีอาการเหมือนกัน แต่รากเหง้าจากชีพจรอาจต่างกัน ต้องวินิจฉัยอย่างละเอียด
๙. ถาม: หญิงวัยประมาณห้าสิบ ปี มีอาการท้องเสียติดต่อกันหลายสิบวันไม่หยุด ตอนเย็นมีไข้ ท้องน้อยตึงเกร็ง ท้องอืด ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน ริมฝีปากแห้ง เพราะเหตุใด?
ท่านอาจารย์ตอบ: โรคนี้อยู่ในกลุ่มไต่เซี่ย สาเหตุคือเคยแท้ง ก่อน เลือดเสีย(瘀血)ค้างอยู่ในท้องน้อยไม่ถูกขับออก จะรู้ได้อย่างไร? เห็นริมฝีปากแห้ง จึงรู้ว่ามีเลือดคั่งอยู่ภายใน ควรใช้ยาต้มเวินจิง(溫經湯) เป็นตัวหลัก
ตำรับดั้งเดิมประกอบด้วยอูจูยวี่(吳茱萸) ตังกุย(當歸) ชวนสยง(川芎) เส้าเหยา(芍藥) เรินเซิน(人參) กุยจือ(桂枝) อาเจียว(阿膠) ขิงสด(生薑) มู่ตานผี(牡丹皮) ชะเอม(甘草) แปะก๊วย(半夏) หม่ายเหมินตง(麥門冬) โบราณเชื่อว่าต้มตำรับนี้ช่วยอุ่นเส้น อุ่นเย็น บำรุงเลือด ขจัดเลือดคั่ง และปรับสรรถะ(衝任) บันทึกบางฉบับว่าใช้สำหรับสตรีที่ท้องน้อยเย็น เป็นหมันมานาน ตกเลือด อะจุลอาเจียน ประจำเดือนมามากเกินไป หรือมาช้ากว่ากำหนด ทั้งนี้เพื่อศึกษาค้นคว้าเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการใช้ยา
๑๐. โรคไต่เซี่ย ประจำเดือนมาไม่สะดวก ท้องน้อยอืดแน่นเจ็บปวด เดือนหนึ่งมาสองครั้ง สมัยก่อนใช้ผงทูกัวเก๋น(土瓜根散) ตำรับดั้งเดิมประกอบด้วยทูกัวเก๋น(土瓜根) เส้าเหยา(芍藥) กุยจือ(桂枝) เจ้อฉง(蟅蟲) เพื่อกระตุ้นเลือดให้ไหลเวียน ในต้นฉบับเขียน "土瓜極散" ควรอ่านเป็น "土瓜根散" “蟅蟲” คือ แมลงทึบ(土鱉蟲) บันทึกยังกล่าวอีกว่าช่วยรักษาอาการบวมของอวัยวะสืบพันธุ์
๑๑. ชีพจรที่ข้อมือ(寸口) เต้นเป็นเส้นตึงและใหญ่ ชีพจร ตึง บ่งบอกพลังหยางอ่อนลง ใหญ่โตกลวงคือชีพจรโขว(芤脈) ตึงและอ่อนคือเย็น ใหญ่และกลวงคือพร่อง เย็นและพร่องรวมกันเรียกว่าชีพจรเก้อ(革脈) สตรีที่พบชีพจรนี้ มักเสี่ยงต่อการแท้ง หรือเลือดไหลไม่หยุด สมัยก่อนใช้ยาต้มเซวียนฝู่ฮั่ว(旋覆花湯) ตำรับดั้งเดิมประกอบด้วยเซวียนฝู่ฮั่ว(旋覆花) ต้นหอม(蔥) ซินเจียง(新絳) มีนัยยะเพื่อกระตุ้นชี่ ทำให้เส้นลมปราณเปิด และกระตุ้นเลือด
๑๒. สตรีมีเซี่ยนจิง(陷經—เลือดลงต่ำ ตกเลือด) คือตกเลือดสีดำไม่หยุด สมัยก่อนใช้ยาต้มเจียวเจียง(膠薑湯) แต่นักตรวจทานชำระต้นฉบับกล่าวว่า ตำรับดั้งเดิมสูญหายไป สงสัยว่าจะเป็นอาจ้าวทัง ในบทว่าด้วยการตั้งครรภ์ก่อนหน้านี้ เนื่องจากไม่มีตำรับ จึงไม่สามารถอธิบายรายละเอียดได้
๑๓. สตรีท้องน้อยอืด แน่นเหมือนตุ๋น(敦—ภาชนะเก็บธัญพืชโบราณ รูปทรงคอดบนล่างโป่งกลาง) ปัสสาวะลำบากเล็กน้อยแต่ไม่กระหายน้ำ หากเกิดหลังคลอด แสดงว่าน้ำคั่ง(飲)และเลือดเสีย(瘀血)ขังอยู่รวมกันในมดลูก/รก(血室) สมัยก่อนใช้ยาต้มต้าเหลืองกานซุย(大黃甘遂湯) เพื่อสลายน้ำและเลือด ตำรับดั้งเดิมประกอบด้วยต้าเหลือง(大黃) กานซุย(甘遂) อาจ้าว(阿膠) บันทึกว่าหลังกิน "เลือดจะถูกขับออกมา" กานซุยเป็นยาถ่ายระบายน้ำที่ฤทธิ์แรงมาก 绝对不能ใช้เองโดยเด็ดขาด
๑๔. สตรีประจำเดือนมาไม่สะดวก เลือดประจำเดือนไม่ไหลออก สมัยก่อนใช้ตี๋ตังทัง(抵當湯) เพื่อทำลายเลือดคั่ง ระบายเลือดตัน ตำรับดั้งเดิมประกอบด้วยปลิงน้ำจืด(水蛭) แมลงเหลือ(虻蟲) ท้อเริน(桃仁) ต้าเหลือง(大黃) จัดเป็นตำรับที่มีฤทธิ์แรงในการทำลายเลือดคั่ง ต้นฉบับเขียน "水蛙" ควรเป็น "水蛭" (ปลิง) ตำรับนี้ยังใช้รักษาผู้ชายที่กระเพาะปัสสาวะอืดแน่น เครียด และมีเลือดคั่งด้วย
๑๕. สตรีประจำเดือนขาดมาไม่สะดวก ภายในมดลูกมีก้อนแข็ง (癥癖) ไม่ยุบไป มีเลือดแห้ง(乾血) ภายใน และมีระดูขาวไหลออก สมัยก่อนใช้ยาหมุนฝานซื่อ(礬石丸) เป็นยาเหน็บสอดเข้าช่องคลอด ตำรับดั้งเดิมใช้เผาผลาญสารส้ม(燒礬石) อับเฉา(杏仁) นวดกับน้ำผึ้ง(煉蜜) เป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทราจีน นี่เป็นวิธีรักษาภายนอกแบบโบราณ ไม่ควรใช้เป็นคำแนะนำในการใช้ยาในปัจจุบัน
๑๖. สตรีโดนลมภายนอกหลายชนิด (风寒/风邪) รวมถึงอาการปวดแปลบในท้อง เกิดจากเลือดไหลเวียนไม่ดี สมัยก่อนใช้สุราหงหลานฮวา(紅藍花酒) หงหลานฮวาก็คือดอกคำฝอย(紅花) ใช้ดอกคำฝอยอย่างเดียวต้มกับสุรารับประทาน เพื่อกระตุ้นเลือดและกำจัดลม บันทึกใต้ชื่อว่า "สงสัยว่าไม่ใช่ตำรับของจ้งจิง"
๑๗. สตรีมีอาการปวดท้องน้อยตึงเกร็งต่างๆ สมัยก่อนใช้ผงตังกุยเส้าเหยา(當歸芍藥散) เพื่อปรับสมดุลตับและม้าม บำรุงเลือดและขับน้ำ ตำรับอยู่ในบทว่าด้วยการตั้งครรภ์
๑๘. สตรีมีอาการปวดท้อง แบบเย็น/พร่อง(虛寒) สมัยก่อนใช้เสี่ยวเจี้ยนจงทัง(小建中湯) เพื่ออุ่นท้อง บำรุงพลัง ไประงับปวดเฉียบพลัน ตำรับอยู่ในบทว่าด้วยโรค อ่อนเพลีย
๑๙. ถาม: สตรีรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ แต่มีอาการใจร้อนเป็นไข้ นอนราบไม่ไหว ต้องพิงพนักหายใจ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
ท่านอาจารย์ตอบ: เรียกว่าจวินเปา (轉胞—กระเพาะปัสสาวะพลิก/ขยับ) ปัสสาวะไม่ออก เนื่องจาก "สายรั้งกระเพาะปัสสาวะบิดงอไม่เป็นระเบียบ(胞系了戾)" ทำให้เป็นไป เพียงทำให้ปัสสาวะโลดก็จะดีขึ้น ควรใช้ยาหมุนเซิ่นฉี(腎氣丸) ตำรับดั้งเดิมประกอบด้วยก่านตี้หวง(乾地黃) สู่หยี่(薯蕷) ชานจูหยวี่(山茱萸) เจ๋อเซี่ย(澤瀉) หูกวาง(茯苓) มู่ตานผี(牡丹皮) กุยจือ(桂枝) เผาปาก-up李(炮附子) โบราณเชื่อว่าเซิ่นฉีวาน อุ่นไต เปลี่ยนชี่ให้เป็นน้ำ ขับปัสสาวะ ภาวะเช่นนี้คล้ายกับในหญิงตั้งครรภ์หรือหลังคลอดที่ปัสสาวะไม่ออก แต่สาเหตุที่แท้จริง จำเป็นต้องประเมินด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน
๒๐. ผงเสียจื้อจื่อซ่าน(蛇床子散) เป็นยาเหน็บชนิดสอดสำหรับทำให้ภายในช่องคลอดอุ่น โขลกเมล็ดเสียจื้อจื่อ(เธียจื่อ—คื่นช่ายไทย/ผักชีล้อม?) เป็นผง เติมผงขาว(白粉—แป้ง) เล็กน้อยคลุกเคล้า ปั้นเป็นลูกกลอนขนาด เท่าพุทราจีน ห่อด้วยสำลีแล้วสอดเข้าไปในช่องคลอด เพื่อให้ความอบอุ่น ขับไล่ความเย็นและความชื้น นี่คือวิธีรักษาภายนอกแบบโบราณ ไม่ควรใช้เป็นคำแนะนำในการใช้ยาในปัจจุบัน
๒๑. ชีพจรเส้นเส้าเยีย(少陰) ราบลื่นและเร็ว(滑數) บ่งบอกว่ามีแผลเรื้อรัง(瘍/蝕瘡) อยู่ในช่องคลอด โบราณใช้ยาต้มหลังหยาถัง(狼牙湯) ใช้ล้างภายนอก ตำรับดั้งเดิมต้มหลังหย่า(狼牙—可能是某種草藥) กับน้ำ หันสำลีพันปลายไม้/ก้าน จุ่มยาที่กรองแล้ว หยอด/ล้างภายในช่องคลอด วันละสี่ครั้ง เป็นวิธีการรักษาภายนอกแบบโบราณ ในปัจจุบันควรตรวจหาสาเหตุการติดเชื้อให้ชัดเจน แล้วรักษาอย่างเป็นระบบ
๒๒. ชี่ของกระเพาะอาหารไหลลงข้างล่างทางอวัยวะเพศมีลมผ่ายเสียง(陰吹—เสียงผายลมออกทางช่องคลอด) โบราณ认为是ธัญพืช/อาหารย่อยแล้วเกิดก๊าซมากเกินไป(谷氣之實) จึงใช้เกาเจียน(膏發煎—ยาต้มมันหมูกับผม) ช่วยระบาย ตำรับอยู่ในบทว่าด้วยโรคดีซ่าน(黃疸) สมัยใหม่มักมองว่าเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ช่องคลอดหย่อน หรือรูรั่วระหว่างช่องคลอดกับทวารหนัก ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมิน
๒๓. ตำรับยารักษาโรค(疳) และหนอนกัดฟันในเด็ก บันทึกใต้ชื่อว่า "สงสัยว่าไม่ใช่ตำรับของจ้งจิง" ใช้หยาหง(雄黃—สารหนูเหลือง) ถิงลี่(葶藶) โขลกเป็นผง ละลายมันหมูที่เก็บไว้ในเดือนอ้าย(腊月) แล้วใช้กิ่งต้นผลท้อ/槐枝(คัดเค้า) ชุบยา ไปจี้/tา ที่ฟันที่เป็นโรค นี่เป็นวิธีรักษาฟันผุหรือปัญหาในช่องปากแบบโบราณ ประกอบด้วยสารหนูซึ่งเป็นพิษ ห้ามนำมาใช้ในปัจจุบันโดยเด็ดขาด
๑. “พร่อง สะสมความเย็น อารมณ์ขัดข้อง” เป็นหลักใหญ่ของโรคสตรีพิเศษ
พร่อง หมายถึงพลังเลือดหยินหยางไม่เพียงพอ สะสมความเย็น หมายถึงพลังเย็นจับตัวแข็งในมดลูก อารมณ์ขัดข้อง หมายถึงชี่ติดขัดเลือดคั่ง ทั้งสามอย่างนี้มักส่งผลซึ่งกันและกัน ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ระดูขาวผิดปกติ ปวดท้อง และอาการป่วยอีกหลายชนิด นี่คือแกนหลักทางทฤษฎีของบทนี้
๒. การเข้ารกของความร้อนในภาวะมีประจำเดือน ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างการติดเชื้อภายนอก/ไข้ช่วงมีประจำเดือนกับเรื่องเลือด
เมื่อประจำเดือนมา หรือเพิ่งจะหมด รก/ โพรงมดลูกค่อนข้างว่าง ดังนั้นพลังชั่วร้ายภายนอก(外邪)จะฉวยโอกาสเข้ารุกได้ง่าย แล้วไปจับกับเลือด เกิดอาการหนาวๆ ร้อนๆ สลับกันเป็นเวลา คล้ายไข้มาลาเลีย แน่นชายโครง เพ้อ ฯลฯ การรักษาเน้นไม่ให้ทำลายพลังกระเพาะอาหารและไม่รบกวนอวัยวะส่วนบนและส่วนกลาง(上二焦) หรือใช้เข็มเจาะจุดชีเหมิน(期門) เพื่อระบายของเสีย ขมาม สะท้อนถึงแนวคิดที่ว่าโรคติดเชื้อ/ไข้ ในเชิงนรีเวชต้องคำนึงถึงการดูแลเลือดและประจำเดือนด้วย
๓. โรคทางอารมณ์/จิตใจ รักษาจาก "ชี่" และ "หัวใจ-ม้าม"
"รู้สึกมีอะไรติดคอราวกับชิ้นเนื้อ" เกิดจากชี่หดหู่และเสมหะจับตัว "ซางเซ่า/脏躁" เกิดจากหัวใจ-ม้ามพร่อง อารมณ์ไม่สงบ คนโบราณมองเห็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างอารมณ์กับอาการทางนรีเวชแล้ว จึงใช้บานเซี่ยโฮ่วผูทัง เพื่อปรับชี่และสลายก้อน และใช้ก้านเสี่ยวต้าเช่อทัง บำรุงหัวใจม้ามด้วยรสหวาน
๔. เลือดคั่งและความเย็น-พร่อง แทรกซึมอยู่ในกลไกโรคของระดูและระดูขาว
กลุ่มอาการเวินจิงทาง เน้นว่าเลือดค้างจากการแท้งต้องขับออก ผงทูกัวเก๋น, ตี๋ตังทัง, ต้าเหลืองกานซุยทัง สะท้อนถึงระดับความรุนแรงของเลือดคั่ง และภาวะน้ำกับเลือดขังรวมกัน การกระตุ้นเลือด ขับเลือดคั่ง และอุ่นเส้นคลายเย็น ถือเป็นวิธีการรักษาสำคัญ
๕. ความหลากหลายของวิธีการรักษาภายนอกทางนรีเวช
ยาหมุนฝานซื่อ, ผงเสียจื้อจื่อซาน, ยาต้มหลังหยาถัง ล้วนเป็นยาใช้เฉพาะที่ สะท้อนแนวคิดการรักษาภายนอกแบบหลากหลายของนรีเวชโบราณ แต่การใช้ในปัจจุบันต้องผ่านการฆ่าเชื้ออย่างเคร่งครัดและวินิจฉัยธาตุตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน
๖. การวินิจฉัยโรคให้ความสำคัญกับชีพจร; โรคเดียวกันอาจมีต้นเหตุต่างกัน
บทสรุปชัดเจนว่า "ตรวจดูหยินหยาง ความว่าง/แข็ง การตึง/อ่อน ของชีพจร" และ "แม้โรคเดียวกัน ชีพจรก็บอกต้นเหตุต่างกัน" เน้นความสำคัญของการตรวจชีพจรในโรคสตรีพิเศษ ชีพจรเก้อ(革脈) บอกแนวโน้มแท้งหรือเสียเลือด ชีพจรเส้าเยีย(少陰) ลื่นเร็ว บอกมีแผลในช่องคลอด ล้วนเป็นตัวอย่างของการวินิจฉัยชีพจรประกอบอาการ
๑. 熱入血室
อาจเข้าใจได้ว่าเป็นคำอธิบายแบบโบราณของ ภาวะติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน/แบคทีเรีย หรือ โรคหนองใน/ปีกมดลูกอักเสบ ที่มีไข้ร่วมกับอาการทางจิตประสาท คนโบราณใช้คำว่า "血室" ครอบคลุมตำแหน่งของมดลูกและ meridians ชงเหริน (衝任) การฝังเข็มจุดชีเหมิน เป็นการกระตุ้นผิวหนังแบบหนึ่ง ในปัจจุบันเมื่อมีไข้ เพ้อ ร่วมกับเลือดออก ต้องหาสาเหตุการติดเชื้อให้ได้ก่อน และรักษาอย่างถูกต้อง
๒. 梅核氣 與 臟躁
"รู้สึกมีอะไรติดคอ" คล้ายกับโรค globus sensation / 咽異感症 ในปัจจุบัน มักเกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล acid reflux (กรดไหลย้อน) "脏躁" มีความคล้ายคลึงกับความผิดปกติทางอารมณ์ในวัยทอง โรคซึมเศร้า วิตกกังวล สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยทางจิตใจมีบทบาทในอาการทางนรีเวชแต่ไม่สามารถแทนที่การประเมินจากจิตแพทย์เฉพาะทางได้
๓. สูตรตำรับเช่น เวินจิงทัง, ตี๋ตังทัง ฯลฯ
ปัจจุบันมีงานวิจัย探讨คุณค่าทางหลักการของเวินจิงทัง สำหรับภาวะมีบุตรยากและประจำเดือนผิดปกติแบบเย็น-พร่อง-เลือดคั่ง ส่วนตำรับอย่าง ตี๋ตังทัง หรือต้าเหลืองกานซุยทัง ที่มีฤทธิ์แรงก็ใช้สำหรับภาวะเลือดคั่งหนัก แต่ตำรับเหล่านี้มีส่วนประกอบซับซ้อน บางชนิดมีฤทธิ์จัด ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ห้ามนำไปใช้เองตามอำเภอใจ
๔. 轉胞 และ 陰吹
จวินเปา คล้ายกับภาวะปัสสาวะไม่ออกหลังคลอด (postpartum urinary retention) หรือขณะตั้งครรภ์ อาหมก(陰吹) มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ช่องคลอดหย่อน หรือ ริดสีดวงทวาร/ช่องคลอดทะลุ กัน (rectovaginal fistula) การแพทย์จีนอธิบายด้วยแนวคิด "ไตไม่แปรสภาพชี่" "พลังอาหารย่อยมากเกินไป" แต่ในปัจจุบันควรผสมผสานการฟื้นฟูอุ้งเชิงกรานและการประเมินโดยศัลยแพทย์
๕. ข้อจำกัดในประวัติศาสตร์
ชื่อโรคบางอย่าง เช่น "โดนลม 62 ชนิด(六十二種風)", "หนอนกัดฟัน(疳蟲蝕齒)" สะท้อนยุคสมัย มีสมุนไพรบางชนิด เช่น หยาหง(สารหนู), กานซุย, ปลิง, แมลงเหลือ ล้วนเป็นพิษหรือมีฤทธิ์รุนแรง ห้ามใช้เอง ต้นฉบับเขียนชัดว่า "ไม่เกี่ยวกับผี" แสดงว่าในยุคนั้นมีความคิดแบบวัตถุนิยมเบื้องต้น ไม่เชื่อเรื่องงมงาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง
——卜瓜ฟักทอง (Bu Gua)
เนื้อหานี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของตำราแพทย์แผนโบราณคลาสสิกของจีน จัดทำขึ้นเพื่อการเรียนรู้และศึกษาวัฒนธรรมประเพณีเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ การใช้ยา หรือการรักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น หากมีอาการผิดปกติโปรดไปพบแพทย์โดยเร็ว