กำลังโหลด...
บทที่ 73 จาก 81
黄帝内经·灵枢
โดยรวม
ชื่อบทนี้ “官能” หมายถึงการมอบหมายหน้าที่ความชำนาญให้สอดคล้องกับความสามารถของแต่ละบุคคล
จักรพรรดิเหลืองทรงปรึกษาปรมาจารย์ฉีป๋อว่า ข้าพเจ้าได้ฟังวิชาเรื่อง “เข็มเก้าเล่ม” (เข็มโบราณเก้าชนิด) จากท่าน เนื้อหามากมายนับไม่ถ้วน ข้าพเจ้าพยายามจะเรียบเรียงและสรุปเป็นระบบระเบียบ บัดนี้ข้าพเจ้าจะท่องให้ฟัง ขอให้ท่านฟังเหตุผล หากไม่ถูกต้องก็ขอชี้แนะ เพื่อให้สามารถสืบทอดยาวนาน ไม่ก่อภัยพิบัติแก่คนรุ่นหลัง หากพบผู้ที่เหมาะสมจึงถ่ายทอดให้ หากไม่เหมาะสมก็ไม่ควรพูดถึง ปรมาจารย์ฉีป๋อคำนับแล้วกล่าวว่า ขอได้โปรดฟังธรรมะของจักรพรรดิผู้ศักดิ์สิทธิ์
จักรพรรดิเหลืองตรัสว่า หลักการในการใช้เข็ม ต้องรู้จักที่อยู่ของร่างกายและ “ชี่” (พลังงานพื้นฐานและหน้าที่ของการมีชีวิต) แยกแยะซ้ายขวาบนล่าง หยินหยางภายนอกภายใน ปริมาณเลือดชี่ การไหลเวียนสะดุด ทางเข้าออกที่มาบรรจบ ตลอดจนตำแหน่งที่โรคภัยรุกราน ต้องรู้จักการคลายความขัดแย้ง รู้จักการเสริมพร่องระบายเกิน ต้องเข้าใจ “ประตูชี่” (จุดเชื่อมต่อการไหลเวียนของเลือดชี่) ทั้งบนล่าง เข้าใจความสัมพันธ์กับ “ทะเลทั้งสี่” (โบราณเชื่อว่าไขสันหลัง เลือด ชี่ น้ำและธัญพืชต่างมีแหล่งรวม) ตรวจสอบตำแหน่งโรค ว่าหนาวร้อน หรือเป็นโรคจากภายนอก ตลอดจนจุดต่างๆ ที่เลือดชี่ส่งต่อไป เก่งในการปรับสมดุลชี่ เข้าใจ “เส้นทางลึก” (ช่องทางเส้นลมปราณ) และแขนงซ้ายขวา เข้าใจการบรรจบกันอย่างถ่องแท้
เมื่อความร้อนหนาวปะทะกันสามารถประสานได้ เมื่อพร่องเกินอยู่ใกล้กันสามารถตัดสินใจเปิดทางได้ เมื่อซ้ายขวาไม่สมดุลสามารถจัดระบบได้ เข้าใจการไหลเวียนสะดุด จึงรู้ว่าสามารถรักษาได้ หยินหยางไม่แปลกแยก ก็สามารถคาดคะเนเวลาที่โรคกำเริบ ตรวจสอบต้นเหตุปลายเหตุ ตรวจดูร้อนหนาว หาที่อยู่ของพลังชั่วร้าย ฉีดเข็มหมื่นครั้งก็ไม่พลาด เข้าใจหน้าที่ของเข็มเก้าชนิดแต่ละชนิด วิถีแห่งการฝังเข็มก็ครบถ้วนบริบูรณ์
รู้จัก “จุดห้าประเภท” (จุดฝังเข็มห้าชนิด ได้แก่ จิง สิง ซู จิง เหอ) เข้าใจจังหวะเร็วช้าในการแทงเข็ม การยืดหดเข้าออกมีระเบียบแบบแผน อธิบายหยินหยางผสานกับธาตุทั้งห้า อวัยวะทั้งห้าหกถุงต่างเก็บสิ่งต่างๆ ฤดูกาลทั้งสี่ลมแปดทิศล้วนมีหยินหยาง ต่างอยู่ที่ของตน สัมพันธ์กับ “หมิงถัง” (บริเวณจมูกและใบหน้าสำหรับการวินิจฉัยสีหน้า) บนใบหน้า สังเกตความสัมพันธ์ของจุดสีต่างๆ บนใบหน้ากับอวัยวะภายใน ตรวจดูจุดที่เจ็บ แยกแยะซ้ายขวาบนล่าง รู้ความร้อนหนาว ตัดสินว่าโรคอยู่ที่เส้นลมปราณใด ตรวจดูผิวหนังร้อนหนาว ลื่นหรือหยาบ รู้ถึงความทุกข์ทรมาน เข้าใจตำแหน่งของชี่เหนือและใต้กะบังลม ก่อนอื่นหาเส้นทางของเส้นลมปราณ แทงเข็มให้ห่างกันพอสมควร แทงลึกเล็กน้อย ค้างไว้ ทยอยแทงอย่างช้าๆ
ความร้อนจัดอยู่ข้างบน ต้องผลักลงข้างล่าง ชี่พุ่งจากล่างขึ้นบน ต้องเหนี่ยวนำให้มันกระจายไป ตำแหน่งที่เจ็บก่อน มักรักษาก่อน ความหนาวจัดอยู่ภายนอก ค้างเข็มเพื่อเสริม พลังหนาวเข้าสู่ภายใน ระบายที่ “จุดเหอ” (จุดใกล้ข้อศอกเข่า) การฝังเข็มไม่เหมาะสม ควรใช้การจี้ด้วย “ไม้มอกซา” (🌿สมุนไพรอาติเมเซีย) ชี่บนพร่อง ควรผลักให้สูงขึ้น ชี่ล่างพร่อง ควรสะสมเพื่อเสริม หยินหยางพร่องทั้งคู่ ใช้ไฟจี้เพื่อให้ความอบอุ่นเสริม อาการเย็นเฉียบรุนแรง ตรงรอยเว้าใกล้กระดูก ความหนาวผ่านเข่า โบราณเชื่อว่าควรใช้ “จุดซานหลี่” และบริเวณที่เส้นลมปราณรองผ่าน ค้างเข็มเพื่อให้ความหนาวกระจาย ความหนาวเข้าสู่ภายใน ผลักให้มันเคลื่อนไป เส้นลมปราณยุบลง ใช้ไฟจี้ให้อบอุ่น เส้นลมปราณรองจับตัวแข็งตึง ก็ใช้ไฟจี้รักษา หากไม่รู้ตำแหน่งที่เจ็บแน่ชัด ให้ค้นใต้เส้นหยินหยางเฉียว หญิงชายหยินหยางแตกต่างกัน หมอฝีมือดีควรรู้ข้อห้าม หลักการฝังเข็มก็กล่าวครบถ้วนแล้ว
การฝังเข็ม ต้องมีกฎเกณฑ์ มองดูแสงฟากฟ้าเบื้องบน สังเกต “แปดทิศทาง” (ตำแหน่งฤดูกาล) เบื้องล่าง เพื่อหลีกเลี่ยงพลังชั่วร้ายแปลกประหลาด และเป็นแบบอย่างแก่ประชาชน ตรวจสอบพร่องเกิน ไม่ละเมิดพลังชั่วร้าย หากพบสภาพอากาศผิดปกติ (สุยลู่) และปีที่พลังอ่อนแอ การรักษาไม่สามารถเอาชนะได้ กลับจะได้รับอันตราย กล่าวได้ว่า ต้องรู้ข้อห้ามเกี่ยวกับเวลาและธรรมชาติ จึงจะพูดถึงความหมายอันลึกซึ้งของการฝังเข็ม ยึดถืออดีต พิสูจน์กับปัจจุบัน สังเกตสิ่งที่ลี้ลับ เข้าใจถึงสิ่งที่ไร้ขอบเขต หมอหยาบมองไม่เห็น หมอฝีมือดีจึงเห็นคุณค่า ลักษณะของมันยากจะจับต้อง ราวกับมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พลังชั่วร้ายทำร้ายคน จะมีอาการหนาวสั่น ร่างกายสั่นเทา “เจิ้งเซียะ” (อากาศปกติแต่เนื่องด้วยร่างกายอ่อนแอจึงทำร้ายได้) ทำร้ายคนเพียงเล็กน้อย เริ่มแสดงที่สีหน้าวิญญาณ ร่างกายยังไม่รู้สึก เหมือนมีเหมือนไม่มี เหมือนจะหายไปเหมือนจะยังอยู่ มีรูปร่างหรือไม่มีรูปร่าง ยากจะรู้ได้ ดังนั้นหมอฝีมือดีปรับสมดุลชี่ รักษาตั้งแต่เริ่มแรก หมอฝีมือหยาบรอจนโรคก่อตัวเป็นรูปร่าง มักจะทำลายร่างกายไปแล้ว
ดังนั้นการฝังเข็ม ต้องรู้ว่าชี่อยู่ที่ใด เฝ้าประตู เข้าใจการปรับสมดุลชี่ ตำแหน่งของการเสริมระบาย ความหมายของความเร็วช้า และตำแหน่งที่เลือกใช้ วิธีระบายต้องใช้ “หยวน” (คล่องแคล่วเป็นวงกลม) กดแล้วหมุนตัวเข็ม ให้ชี่ไหลเวียน แทงเร็วออกช้า พลังชั่วร้ายจึงออก รั้งเข็มรับพลังชั่วร้าย เขย่าปากแผลให้กว้าง ชี่จึงออกเร็ว วิธีเสริมต้องใช้ “ฟาง” (เที่ยงตรงเป็นสี่เหลี่ยม) ดึงผิวหนังออกด้านนอก ให้ปากแผลตรงกับประตู มือซ้ายชักนำศูนย์กลาง มือขวาผลักผิวหนัง หมุนเบาๆ ทยอยแทงไปข้างหน้า ต้องเที่ยงตรง สงบนิ่ง มั่นคงไม่ย่อท้อ ค้างไว้เล็กน้อย เมื่อได้ชี่แล้วรีบดึงเข็มออก กดผิวหนัง ปิดปากแผล ให้พลังแท้จริงคงอยู่ สาระสำคัญของการใช้เข็ม คืออย่าลืม “เซิน” (การมีสมาธิจดจ่อและการเปลี่ยนแปลงของพลังวิญญาณ)
เหล่ากง�ักถามจักรพรรดิเหลืองว่า คัมภีร์ “ทฤษฎีเข็ม” กล่าวว่า ได้คนที่เหมาะสมจึงถ่ายทอด ไม่ใช่คนที่เหมาะสมก็ไม่ควรพูด จะรู้ได้อย่างไรว่าใครควรค่าแก่การถ่ายทอด? จักรพรรดิเหลืองตรัสว่า พิจารณาจากความสามารถโดยกำเนิดของแต่ละบุคคล มอบหมายหน้าที่ให้เหมาะสม จึงจะเข้าใจเรื่องนั้นได้ เหล่ากงกล่าวว่า ขอได้ฟังความหมายของ “官能” จักรพรรดิเหลืองตรัสว่า ผู้มีสายตาดี มอบหมายให้ดูสีหน้า ผู้มีหูไว มอบหมายให้แยกแยะเสียง ผู้มีวาทศิลป์ มอบหมายให้เผยแพร่เทศนา ผู้มีนิสัยสุขุมสงบ มือละเอียดประณีต มอบหมายให้ฝังเข็มจี้ยา ปรับเลือดชี่ ประสานการไหลเวียนสะดุด ตรวจสอบหยินหยาง เข้าใจสรรพวิธี ผู้มีข้อต่ออ่อนโยน เส้นเอ็นยืดหยุ่น จิตใจสงบกลมกลืน มอบหมายให้ “นำพาร่างกายฝึกชี่” ผู้มีคำพูดแหลมคมดูหมิ่น มอบหมายให้ “ถ่มน้ำลายรักษาฝี” (ศาสตร์โบราณจำพวกหนึ่ง) ผู้มีนิ้วมือหนักแน่น มักทำสิ่งของเสียหายง่าย มอบหมายให้นวดคลายก้อน กดจุดปวด แต่ละคนได้รับหน้าที่เหมาะสมกับตน วิธีการจึงดำเนินไปได้ ชื่อเสียงจึงปรากฏ หากไม่มีคนที่เหมาะสม งานก็ไม่สำเร็จ ครูก็ไม่มีชื่อเสียง กล่าวได้ว่า ได้คนที่เหมาะสมจึงพูด ไม่ใช่คนที่เหมาะสมก็ไม่ถ่ายทอด ความหมายก็คือนี้ สิ่งที่เรียกว่า “มือเป็นพิษ” มอบหมายให้ลองกดเต่า วางเต่าใต้ภาชนะ ใช้มือกดข้างบน กล่าวกันว่าห้าสิบวันเต่าจะตาย ส่วนผู้ที่ “มืออ่อนโยน” กดแล้ว เต่ายังฟื้นคืนชีพได้เหมือนเดิม
⚠️ เนื้อหานี้อ้างอิงจากตำราแพทย์แผนโบราณของจีน จัดทำเพื่อการศึกษาและเรียนรู้วัฒนธรรมเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการวินิจฉัย ใช้ยา หรือการรักษา หากมีอาการไม่สบายควรพบแพทย์ทันที — ปู่กวา