กำลังโหลด...
บทที่ 67 จาก 78
黄帝内经·素问
คำแปลโดยรวม
บทนี้เป็นหนึ่งในบทสำคัญของ “หวงตี้เน่ยจิง” (คัมภีร์การแพทย์จักรพรรดิเหลือง) ที่กล่าวถึงทฤษฎี ห้วงเวลาและพลังงาน (หวิ้นชี่) โดยแก่นแท้คือการอธิบายแนวคิดที่ว่า “หยินหยางแห่งสรวงสวรรค์และปฐพีมิอาจคำนวณด้วยตัวเลข แต่ต้องเข้าใจได้ด้วยการสังเกต ลาง สัญญาณ และรูปลักษณ์ (เซี่ยง)”
จักรพรรดิหวงตี้ประทับ ณ พระที่นั่งหมิงถัง ทรงตรวจสอบหลักเกณฑ์ดาราศาสตร์ สังเกตทิศทั้งแปด และพิจารณาหลักการปกติของธาตุทั้งห้า จึงทูลถามปั๋วฉี (หมอเทวดา) ว่า “ได้ยินว่าจำนวนดาวฤกษ์ทั้งห้า เช่น ธาตุดินประจำปี甲–己, ธาตุทองคำประจำปี乙–庚, ธาตุน้ำประจำปี丙–辛, ธาตุไม้ประจำปี丁–壬, ธาตุไฟประจำปี戊–癸 และในเรื่องสาขาราศี (十二支) อย่าง子–午 เป็นหยินเซา (เสาหยิน),丑–未 เป็นไท่หยิน (เสาใหญ่),寅–申 เป็นเซ่าหยาง (เสาเล็ก),卯–酉 เป็นหมิงหยาง (เสาสว่าง),辰–戌 เป็นไท่หยาง (เสายิ่งใหญ่),巳–亥 เป็นเจวี๋ยหยิน (เสาหยินสิ้นสุด) การจับคู่เช่นนี้ดูจะขัดกับหลักหยินหยางทั่วไป เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?”
ปั๋วฉีทูลตอบว่า “ที่ตรัสถามนี้คือ หยินหยางแห่งสรวงสวรรค์และปฐพี หาใช่หยินหยางแห่งร่างกายมนุษย์ไม่ หยินหยางแห่งร่างกายสามารถคำนวณได้ด้วยตัวเลข นับจากสิบเป็นร้อย พัน หมื่น แต่หยินหยางแห่งสรวงสวรรค์และปฐพีไม่สามารถคำนวณด้วยตัวเลขได้ ต้องเข้าใจด้วย ‘เซี่ยง’ (ลางหรือรูปธรรมที่ปรากฏ)” จากนั้นเขาอ้างถึงคัมภีร์ “ไท่สื่อเทียนยวนเช่อ” (ตำราเริ่มแรกแห่งธาตุกำเนิด) ว่า พลังสีแดงผ่านกลุ่มดาวniu, nü และตำแหน่งwu; พลังสีเหลืองผ่านกลุ่มดาวxin, wei และตำแหน่งji; พลังสีเขียวผ่านกลุ่มดาวwei, shi, liu, gui; พลังสีขาวผ่านกลุ่มดาวkang, di, mao, bi; พลังสีดำผ่านกลุ่มดาวzhang, yi, lou, wei ที่เรียกว่าตำแหน่งwu และ ji นั้น ตรงกับกลุ่มดาวkui, bi, jue, zhen ซึ่งถือเป็น ประตูแห่งสรวงสวรรค์และปฐพี นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและต้นกำเนิดของวิถีธรรมชาติ ผู้ที่ศึกษาต้องหยั่งรู้สิ่งนี้อย่างถ่องแท้
จากนั้นปั๋วฉีอธิบายเรื่อง “บน–ล่าง” (ชั่งเซี่ย) และ “ซ้าย–ขวา” (จัวโย่ว) ที่เรียกว่า “บน” หมายถึงตำแหน่งของ ซือเทียนฉี (พลังปกคลุมสวรรค์) ในปีนั้น; “ล่าง” หมายถึงตำแหน่งของ ไจ้ฉวนฉี (พลังรองรับพิภพ) ในปีนั้น ส่วนซ้าย–ขวาหมายถึงพลัง-between ด้านซ้ายและขวาของซือเทียนและไจ้ฉวน ตัวอย่างเช่น: ปีที่เจวี๋ยหยินเป็นซือเทียน พลัง-between ด้านซ้ายคือเสาหยิน ด้านขวาคือไท่หยาง; ปีที่เสาหยินเป็นซือเทียน ด้านซ้ายคือไท่หยิน ด้านขวาคือเจวี๋ยหยิน; ที่เหลือก็类推ตามนี้ ในการสังเกตจากทางทิศเหนือเพื่อกำหนดตำแหน่งพลังซือเทียน ส่วนความสัมพันธ์ของไจ้ฉวน: ปีที่เจวี๋ยหยินเป็นซือเทียน เซ่าหยางจะเป็นไจ้ฉวน; ปีที่เสาหยินเป็นซือเทียน หมิงหยางจะเป็นไจ้ฉวน; ปีที่ไท่หยินเป็นซือเทียน ไท่หยางจะเป็นไจ้ฉวน; ปีที่เซ่าหยางเป็นซือเทียน เจวี๋ยหยินจะเป็นไจ้ฉวน; ปีที่หมิงหยางเป็นซือเทียน เสาหยินจะเป็นไจ้ฉวน; ปีที่ไท่หยางเป็นซือเทียน ไท่หยินจะเป็นไจ้ฉวน ในการสังเกตจากทิศใต้เพื่อกำหนดพลังไจ้ฉวน
พลังบนและล่างต่างมาบรรจบกัน ความร้อนและความหนาวเย็นต่างเข้ามาเสริมซึ่งกันและกัน เมื่อพลังเข้ากันได้ก็ปกติสุข เมื่อเข้ากันไม่ได้ก็เกิดโรค แต่บางครั้งพลังเข้ากันได้ก็ยังเกิดโรคได้ เพราะ “พลังล่างขึ้นมาแทนที่บน” ตำแหน่งไม่เหมาะสม ปั๋วฉีกล่าวต่อไปเรื่องทิศทางการเคลื่อน: พลังบนเคลื่อนไปทางขวา พลังล่างเคลื่อนไปทางซ้าย เมื่อเคลื่อนครบรอบหนึ่งแล้วจะกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง กุยยวี๋เฉิงเคยกล่าวว่า “สิ่งทีตอบสนองแผ่นดินนั้นเงียบนิ่ง” ปั๋วฉีอธิบายว่า การเคลื่อนไหวและความนิ่งของฟ้าดิน การหมุนเวียนของธาตุทั้งห้า ที่กุยยวี๋เฉิงกล่าวนั้นเห็นเพียงส่วนเดียว ฟ้าแสดงลาง สัญญาณ ดินก่อรูปทรง ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวห้าดวงโคจรในอวกาศอันกว้างใหญ่ ธาตุทั้งห้ายึดติดกับแผ่นดิน แผ่นดินรองรับสรรพชีวิต อวกาศกระจายพลังปราณแห่งฟ้า ความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงและพลังเป็นเช่นรากกับใบ แม้ต้องแหงนมองฟ้าไกลเพียงใดก็สามารถหยั่งรู้ได้
จักรพรรดิหวงตี้ถามว่า “แผ่นดินอยู่เบื้องล่าง ที่สุดแล้วหรือ?” ปั๋วฉีตอบว่า “แผ่นดินอยู่ใต้เท้ามนุษย์ ตั้งอยู่ใน ไท่ซวี (อวกาศอันว่างเปล่า)” จักรพรรดิถามว่า “มันอาศัยอะไรค้ำจุน?” ปั๋วฉีตอบว่า “อาศัย พลังปราณอันยิ่งใหญ่ (ต้าฉี) ค้ำจุน หน้าที่ของพลังทั้งหก คือ ความแห้งแล้งทำให้แห้ง ความร้อนทำให้ระเหย ลมทำให้เคลื่อนไหว ความชื้นทำให้ชุ่มชื้น ความหนาวทำให้แข็งแกร่ง ไฟทำให้อบอุ่น ดังนั้นลมและความหนาวอยู่เบื้องล่าง ความแห้งและความร้อนอยู่เบื้องบน ความชื้นอยู่ตรงกลาง 🔥ไฟลอยไปมาระหว่างนั้น พลังหนาว ร้อน และอื่น ๆ หกประการแผ่เข้าไปในแผ่นดิน ทำให้พื้นที่ว่างเปล่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ดังนั้นหากพลังแห้งแล้งจัด แผ่นดินก็แห้งผาก; พลังร้อนจัด แผ่นดินก็ร้อน; พลังลมจัด แผ่นดินก็สั่นสะเทือน; พลังชื้นจัด แผ่นดินก็เป็นโคลน; พลังหนาวจัด แผ่นดินก็แตก; พลังไฟจัด แผ่นดินก็แข็งกระด้าง
จักรพรรดิถามว่า “พลังธรรมชาติตรวจดูได้อย่างไร?” ปั๋วฉีตอบว่า “ความชนะ การแพ้ การหมุนเวียนของพลังธรรมชาติ ไม่ปรากฏในการจับชีพจร ตำรายา ( veined lore) กล่าวว่า การแปรปรวนทางธรรมชาติมิอาจวินิจฉัยด้วยการจับชีพจร นี่คือความหมาย
ถามว่า “พลัง ‘ระหว่าง’ (เจี้ยนฉี) วินิจฉัยอย่างไร?” ปั๋วฉีตอบว่า “ต้องติดตามพลังประจำปีนั้น สังเกตพลัง-between ซ้ายขวา หลักการคือ: คล้อยตามพลังนั้นก็ปกติ ขัดต่อพลังนั้นก็เจ็บป่วย; ไม่ประจำตำแหน่งก็เจ็บป่วย; ตำแหน่งสลับที่กันก็เจ็บป่วย; ปล่อยตำแหน่งไว้ไม่มั่นคงก็เป็นอันตราย; ชีพจร寸與尺 (นิ้วกับคืบ) กลับด้านกันเป็นลางร้าย; หยินหยางสลับขั้วกันเป็นลางร้าย ต้องกำหนดปีก่อน รู้ว่าพลังหลักปีนั้น แล้วดูพลัง-between ซ้าย-ขวาว่าตอบสนองหรือไม่ หลังจากนั้นจึงพูดถึงความเป็นความตายและ顺逆 (ความคล้อยและความขัด) ได้”
ในส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพลังทั้งหกกับร่างกายและสรรพสัตว์ ปั๋วฉีใช้ระบบธาตุทั้งห้าอธิบาย (วัฎจักรเอื้อเฟื้อ–ปราบปราม):
🌿 ทิศตะวันออกเกิดลม: ลมเกิดไม้, ไม้เกิดรสเปรี้ยว, รสเปรี้ยวเกิดตับ, ตับเกิดเอ็น, เอ็นเกิดหัวใจ ในฟ้าคือลม, ในดินคือไม้, ในร่างกายคือเอ็น, ในพลังคือความอ่อนโยน, ในอวัยวะคือตับ ลักษณะธรรมชาติคืออบอุ่น, คุณธรรมคือสมานฉันท์, หน้าที่คือการเคลื่อนไหว, สีเขียว (ชังเขียว), การเปลี่ยน แปลงคือความเจริญงอกงาม, สัตว์ที่เกี่ยวข้องคือพวกขนยาว, การปกครองคือการกระจาย, อาการแปลงคือการหักโค่น, ภัยพิบัติคือการร่วงหล่น, รสเปรี้ยว, อารมณ์คือโกรธ ความโกรธทำร้ายตับ, ความเศร้าชนะความโกรธ; ลมทำร้ายตับ, ความแห้งชนะลม; รสเปรี้ยวทำร้ายเอ็น, รสเผ็ดชนะรสเปรี้ยว
🔥 ทิศใต้เกิดความร้อน: ความร้อนเกิดไฟ, ไฟเกิดรสขม, รสขมเกิดหัวใจ, หัวใจเกิดเลือด, เลือดเกิดม้าม ในฟ้าคือความร้อน, ในดินคือไฟ, ในร่างกายคือเส้นเลือด, ในพลังคือการหายใจ, ในอวัยวะคือหัวใจ ลักษณะคือร้อนระอุ, คุณธรรมคือความสว่างไสว, หน้าที่คือการเคลื่อนไหววุ่นวาย, สีแดง, การเปลี่ยน คือความเจริญรุ่งเรือง, สัตว์คือพวกมีปีก, การปกครองคือความสว่าง, อาการคือความอบอ้าว, การแปลงคือความร้อนแรงเผาไหม้, ภัยคือการลุกไหม้, รสขม, อารมณ์คือความดีใจ ความดีใจทำร้ายหัวใจ, ความกลัวชนะความดีใจ; ความร้อนทำร้ายพลัง, ความหนาวชนะความร้อน; รสขมทำร้ายพลัง, รสเค็มชนะรสขม
🌾 ศูนย์กลางเกิดความชื้น: ความชื้นเกิดดิน, ดินเกิดรสหวาน, รสหวานเกิดม้าม, ม้ามเกิดเนื้อ, เนื้อเกิดปอด ในฟ้าคือความชื้น, ในดินคือดิน, ในร่างกายคือเนื้อ, ในพลังคือการเติมเต็ม, ในอวัยวะคือม้าม ลักษณะคือสงบและเปลี่ยนแปลง, คุณธรรมคือความอ่อนโยนชุ่มชื้น, หน้าที่คือการผลิต, สีเหลือง, การเปลี่ยนคือความอุดมสมบูรณ์, สัตว์คือพวกไม่มีกระดูก (หนอน), การปกครองคือความสงบนิ่ง, อาการคือฝนและเมฆ, การแปลงคือฝนตกหนักไหลหลาก, ภัยคือความชื้นแฉะเน่าเปื่อย, รสหวาน, อารมณ์คือความครุ่นคิด ความครุ่นคิดทำร้ายม้าม, ความโกรธชนะความครุ่นคิด; ความชื้นทำร้ายเนื้อ, ลมชนะความชื้น; รสหวานทำร้ายม้าม, รสเปรี้ยวชนะรสหวาน
⚪ ทิศตะวันตกเกิดความแห้ง: ความแห้งเกิดทองคำ, ทองคำเกิดรสเผ็ด, รสเผ็ดเกิดปอด, ปอดเกิดหนังและขน, หนังขนเกิดไต ในฟ้าคือความแห้ง, ในดินคือทองคำ, ในร่างกายคือหนังขน, ในพลังคือการทำให้สำเร็จ, ในอวัยวะคือปอด ลักษณะคือเย็นสบาย, คุณธรรมคือบริสุทธิ์สะอาด, หน้าที่คือความแข็งแกร่งยั่งยืน, สีขาว, การเปลี่ยนคือการเก็บรวบรวม, สัตว์คือพวกมีเปลือก, การปกครองคือความแข็งแกร่งเร็ว, อาการคือหมอกและน้ำค้าง, การแปลงคือการประหารชีวิต (ธรรมชาติ), ภัยคือความเหี่ยวเฉาและร่วงโรย, รสเผ็ด, อารมณ์คือความเศร้า ความเศร้าทำร้ายปอด, ความดีใจชนะความเศร้า; ความร้อนทำร้ายหนังและขน, ความหนาวชนะความร้อน; รสเผ็ดทำร้ายหนังขน, รสขมชนะรสเผ็ด
🌊 ทิศเหนือเกิดความหนาว: ความหนาวเกิดน้ำ, น้ำเกิดรสเค็ม, รสเค็มเกิดไต, ไตเกิดไขกระดูก, ไขกระดูกเกิดตับ ในฟ้าคือความหนาว, ในดินคืนน้ำ, ในร่างกายคือกระดูก, ในพลังคือความเข้มแข็ง, ในอวัยวะคือไต ลักษณะคือเย็นยะเยือก, คุณธรรมคือความหนาวเย็น, หน้าที่คือการปิดเก็บ, สีดำ, การเปลี่ยนคือความสงบเงียบ, สัตว์คือพวกมีเกล็ด, การปกครองคือความสงบ, อาการคือหิมะและลูกเห็บ, การแปลงคือการเย็นแข็งและหนาวเหน็บ, ภัยคือลูกเห็บ, รสเค็ม, อารมณ์คือความกลัว ความกลัวทำร้ายไต, ความครุ่นคิดชนะความกลัว; ความหนาวทำร้ายเลือด, ความแห้งชนะความหนาว; รสเค็มทำร้ายเลือด, รสหวานชนะรสเค็ม
สุดท้ายสรุปว่า พลังแห่งทิศทั้งห้าผลัดเปลี่ยนกันครองฤดู แต่ละพลังมีลำดับก่อนหลัง เมื่อไม่อยู่ในตำแหน่งของตนคือพลังชั่วร้าย, เมื่ออยู่ถูกตำแหน่งคือพลัง正气 (พลังปกติ) ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโรค พลังกับตำแหน่งเข้ากันได้อาการก็จะเบา, ผิดตำแหน่ง–ไม่เข้ากันโรคก็จะหนัก พลังประจำปี (ดาวเคราะห์ประจำปี) หากเกิน จะไปยับยั้งสิ่งที่มันชนะได้ และไปรังแกสิ่งที่มันชนะไม่ได้ หากไม่ถึง ก็จะถูกสิ่งที่มันชนะไม่ได้มารังแก การที่ไปรังแกผู้อื่นแล้วกลับต้องรับภัยพิบัตินั้น เพราะขาดความยำเกรง ไม่มีข้อจำกัด
บทนี้มีแกนหลักคือทฤษฎี หวิ้นชี่ เน้นเรื่อง “ความต่างระหว่างการคำนวณด้วยตัวเลขกับารสังเกตลาง/ โครงสร้าง (เซี่ยง–ซู่)” และกรอบแนวคิดเรื่อง “ซือเทียน ไจ้ฉวน – พลัง-between ซ้าย–ขวา” ปั๋วฉีชี้ชัดว่า หยินหยางของธรรมชาติมิอาจคำนวณด้วยตัวเลข แต่ต้องสังเกตจาก “ปรากฏการณ์บนฟ้า” กับการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณ นี่คือพื้นฐานความคิดของทฤษฎีการแพทย์แผนจีนที่นับวิชา “โหว” นำเอาปี ฤดูกาล ภูมิอากาศ ลักษณะธรรมชาติ และการทำงานของอวัยวะในร่างกายมารวมเข้าเป็น แบบจำลองระบบพลวัต เดียวกัน
เนื้อหาบทนี้มีข้อคิดสำคัญทางการแพทย์:
ทฤษฎี “หวิ้น-ชี่” สะท้อนถึงการสังเกตอย่างเป็นระบบของจีนโบราณเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างจังหวะเวลา การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และสุขภาพของมนุษย์ เป็นการเริ่มต้นความคิดของการแพทย์เชิงการป้องกัน และการแพทย์เชิงนิเวศน์ โดยการพยายามรวม วงโคจรดวงดาว ภูมิอากาศ สัตว์ พืช และกายวิภาคศาสตร์-สรีรวิทยาเข้าด้วยกันเพื่อหาแบบแผน/วัฏจักร นับเป็นแนวคิดองค์รวมที่มีคุณค่า
แต่ต้องพิจารณาอย่างเป็นกลาง:
การจับคู่ “ปี–สุริยจักรราศีมิได้หมายถึงการพิสูจน์เหตุผลและผล”: การจับคู่เช่น ดิน–甲–己, ทอง–乙–庚 มาจากการสังเกตและการจำแนกธาตุ มิใช่ความสัมพันธ์แบบเหตุ-ผลในทฤษฎีอุตุนิยมวิทยายุคใหม่ หรือวิทยาการระบาด มันเป็น “การอุปมาเชิงแบบจำลอง” มากกว่ากฎทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบซ้ำได้
ไม่สามารถใช้ในการพยากรณ์โรคหรือเป็นข้อวินิจฉัยรายบุคคล การบอกว่า “การแปรผันของฟ้าดินวินิจฉัยไม่ได้ด้วย ชีพจร” บ่งชี้ว่า คนโบราณเองก็เห็นว่าสภาพบรรยากาศกว้างไม่สามารถใช้แทนการตรวจสอบที่จำเพาะเจาะจงของร่างกาย การนำโหวไป “คำนวณโรค” “เลือกสูตรยา” จึงเกินความหมายเดิมและควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
“พลังปราณอันยิ่งใหญ่ค้ำจุนโลก” เป็นปรัชญาธรรมชาติแบบปฐมกาล ไม่ใช่ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงสมัยใหม่ มันลบล้างการรองรับโดยเทพ แต่ไม่มีกลไกทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์
Five emotions controlling each other เผยให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของอิทธิพลซึ่งกันและกันในระบบอารมณ์ แต่การแมปเข้ากับห้าอวัยวะตามหลักห้าธาตุและ อธิบายด้วย ฉิง–เซิ่ง (ห้ามแล้วเกิด–ครอบงำ) เป็นการอุปมาทางปรัชญา นักจิตวิทยาสมัยใหม่ยอมรับความสำคัญของการควบคุมอารมณ์ แต่ไม่ใช้สูตรเส้นตรงแบบ “ความเศร้าชนะความโกรธ” เป็นรายบุคคลจึงเป็นเพียงแนวทางปรัชญา ‘หยินฉิ่งเซียงชู่’
—ข้อแนะนำ TCM– กล่าวโดยสรุป คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของมนทั้งหลายนี้คือการวางระบบวิธีคิดแบบ “สวรรค์–โลก–มนุษย์” ที่สอดคล้องเป็นแบบ สำหรับการศึกษา เป็นการคิดแบบรวมมิติเวลา (season)–อวกาศ (position)–มนุษย์ให้เป็นตัวแบบ และตรรกเดียวกันสำหรับ TCM หามิได้ให้แนวทางรักษาโดยตรง สำหรับ ‘กาลามสูตร’_ — ส่วนตำหรับยา/การวิเคราะห์ แต่ : ตราบใดที่ศึกษาเป็นแบบโบราณ–ปรัชญา miễn สำหรับผู้สนใจ.** ในการศึกษาควรเรียนรู้ในฐานะ มรดกวัฒนธรรม ประวัติการแพทย์ และทฤษฎี— มิใช่เครื่องมือพยากรณ์หรือการวินิจฉัย–รักษา.
จากบทนี้สามารถนำไปนิยามแนวทางในการใช้ชีวิตในมุมมองของการดูแลสุขภาพ , โดยไม่ต้องใช้ยา:
หวิ้นชี่ (五運六氣): การแปลงของ “ท้องฟ้าทั้งห้า” (ธาตุ) และ “พลัง” ชี่ - เพื่อจำลอง การเปลี่ยนแปลง ของสภาพอากาศปี นั้นกับพลวัตของโรค
ซือเทียน (司天) / ไจ้ฉวน (在泉): ห้วงลมปราณครึ่งปีบน ปี (ซือเทียน ถูก กึ่ง ปีบน) & ปีล่าง—ไจ้ฉวน 下半年
เจี้ยนฉี (ระหว่าง= ) +*- _between ด้านข้าง
ประตู ฟ้าดิน (天地門戶): จุด hư – เป็นหัวเลี้ยว หยิน - หยาง _
อารมณ์ห้าปราบกัน (五行胜复数?)—โมโห ดีใจ ครุ่นคิด โศก กลัว แบบ ฉิง -—
ฉิง/- (five element إ
]] เล่มแนะนำ:
ข้อมูลนี้ขึ้นอยู่ตำราโบราณการแพทย์แผนจีนเพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการเรียนรู้เท่านั้น ไม่ใช้เพื่อการวินิจฉัย การสั่งยา , หรือ คำแนะนำบำบัดทุกชนิด―― หากมีอาการไม่สบาย ควรพบแพทย์